Main Menu

ข่าว:

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ www.SongkhlaMedia.com เรียนเชิญชาวสงขลาและทุกท่านร่วมขับเคลื่อนเว็บไซต์สาระที่มากกว่าข่าว ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันเพื่อสงขลาบ้านเรา

กระทู้ล่าสุด

#21
อำเภอที่มีตำบลเยอะที่สุดของสงขลา คือ?
จังหวัดสงขลา แบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ คุณคิดว่าอำเภอไหนที่มีจำนวนตำบลมากที่สุด โดยจัดมาแล้วได้ 10 ลำดับ ลองมาทายก่อนรับชมกันดูว่าจะถูกกี่ข้อครับ

16 อำเภอของสงขลา เรียงลำดับได้ดังนี้ 
10.มี 5 อำเภอ ควนเนียง กระแสสินธุ์ บางกล่ำ นาหม่อม คลองหอยโข่ง 4 ตำบล
9.รัตภูมิ 5 ตำบล
8.เมืองสงขลา 6 ตำบล
7.เทพา 7 ตำบล
6.มี 2 อำเภอ สะบ้าย้อย สะเดา 9 ตำบล
5.นาทวี 10 ตำบล
4.มี 2 อำเภอ สิงหนคร สทิงพระ 11 ตำบล
3.ระโนด 12 ตำบล
2.หาดใหญ่ 13 ตำบล
1.จะนะ 14 ตำบล

#สงขลา #สงขลาน่ารู้ #แหลงใต้ #แหลงใต้กับนายต้อม #สองเลรีวิว #รีวิวบ้านบ้าน
#22
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าจะนะ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2566 ให้แก่ เด็กนักเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจะนะ จำนวน 55 โรงเรียน รวม 291 ทุน โดยมีนายวิภู พิวัฒน์  ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 1, นายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ และนายฮะซัน ยิ่งสมาน หัวหน้ากองบริหาร เป็นตัวแทน กฟผ. มอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ เพื่อเป็นการสร้างโอกาส และสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอจะนะ ให้สามารถศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น และนำความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
#23
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.จะนะ) จัดกิจกรรมงานครบรอบ 8 ปี รัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จแทนพระองค์ในการเปิดโรงไฟฟ้าจะนะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีกิจกรรมทางศาสนา พิธีสักการะพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย พิธีทางศาสนาทั้งไทย - พุทธ และไทย - มุสลิม ณ อาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าจะนะ  โดยมีนายกฤชณัทท  พลรัตน์ นายอำเภอจะนะ เป็นประธานในพิธีทางศาสนา  และนายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ กล่าวต้อนรับ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานท้องที่  หน่วยงานเอกชนในพื้นที่ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน  และผู้ปฏบัติงานโรงไฟฟ้าจะนะเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
#24
นายกชาย เอาจริงจี้ "สี่แยกคูหาต้องสร้างเสร็จตามกำหนด" ทำชาวบ้านเดือดร้อนนานเกินเจอฟ้องแน่ 

"นายกชาย" ลุยตรวจความคืบหน้าก่อสร้างสะพานข้ามแยกคูหาที่ล่าช้า ดึงทุกภาคส่วนร่วมประชุมหาทางออกช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถทำมาหากินได้ ก่อสร้างมาปีกว่าแต่ความคืบหน้ามีน้อยมาก

7 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์ประสานงานนายกชาย นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.เขต 5 สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการนัดประชุมหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชนที่ได้รับผลกระทบจากงานก่อสร้างสะพานข้ามแยกคูหา โดยมี สส.สิงโต นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.เขต 9 สงขลา นายสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 นางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอรัตภูมิ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจรัตภูมิ พร้อมด้วยผู้ควบคุมโครงการ ตัวแทนผู้รับเหมาโครงการ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และตัวแทนพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาร่วมสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น

สำหรับโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับสี่แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) กับทางหลวงหมายเลข 406 (ถนนยนตรการกำธร) เป็นการก่อสร้างทางต่างระดับเป็นสะพานบนทางหลวงหมายเลข 4 ข้ามทางหลวงหมายเลข 406 ตัวสะพานมีความยาวรวม 750 เมตร ขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ พร้อมสี่แยกวงเวียนระดับพื้นใต้สะพานแบบไม่มีการควบคุมสัญญาณไฟจราจร การปรับปรุงถนน ขยายถนน ทล.4 ระยะทาง 3.1 กิโลเมตร ขยายถนน ทล. 406 ฝั่งทางไปควนเนียงระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร และฝั่งทางไปรัตภูมิมีการขยายถนนเต็มพื้นที่เขตทางหลวง วงเงินการก่อสร้าง 950 ล้านบาท เริ่มดำเนินโครงการ 24 กันยายน 2564 สิ้นสุดโครงการตามสัญญาวันที่ 7 กันยายน 2567 แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีการขยายเวลาสิ้นสุดโครงการเป็นเดือนมิถุนายน 2568 ผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า พีซี-เอสเอ็ม จังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างมากกว่า 1 ปี ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าตอนแรกก็ดีใจและพร้อมเสียสละเพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นในพื้นที่ ผู้สัญจรไปมาได้รับความสะดวกสบาย แต่นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการทุกคนต่างมีความเห็นกันว่าการงานของผู้รับเหมาเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดการประสานงานกับชาวบ้านกับผู้นำในพื้นที่ ผู้ประกอบธุรกิจในแนวเขตก่อสร้างหลายร้านต้องปิดกิจการ บางร้านแบกรับภาระขาดทุนมาตลอดเพราะไม่ลูกค้า ไม่มีเส้นทางให้ลูกค้าเข้ามาถึงร้าน มีการขุดคูปิดทางหน้าบ้านหน้าร้านค้าแล้วไม่ดำเนินการใดๆ เป็นเวลาหลายเดือน รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง โคลนตม ปัญหาการจราจรติดขัด และอีกหลายปัญหาที่ส่งผลกระทั้งทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ มีการสอบถาม/ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานแต่ยังไม่ๆได้รับการแก้ไขที่จริงจัง ล่าสุดมีการอภิปรายหารือในสภาโดย สส.ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ไปแล้วแต่ความคืบหน้ายังมีไม่มาก จึงได้มีการนัดประชุมกับทุกภาคส่วนในวันนี้

 
"ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดที่ผ่านสี่แยกคูหา และจากพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ประการบริเวณสี่แยกคูหาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างโครงการที่ไม่มีความชัดเจน ทั้งที่ผ่านระยะเวลามาปีกว่าแล้วแต่ความคืบหน้ายังน้อยมากไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ หลายคนต้องปิดกิจการ หลายคนต้องแบกรับภาระขาดทุนแบบไม่รู้ว่าจะได้ทำกิจการแบบปกติเมื่อไหร่ วันนี้จึงได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ได้รับผลกระทบมานั่งพูดคุยกันว่ามีปัญหาตรงไหน ติดขัดตรงไหน มีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกันให้มาพูดในเวทีเดียวกัน เพื่อให้รับทราบปัญหาและหาทางแก้ไขในแนวทางเดียวกัน ทั้งจากกรมทางหลวง ผู้รับเหมา ส่วนราชการ ท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง

วันนี้เป็นเวทีแรกที่ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันอย่างจริงจังและเราจะประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ นอกจากการติดตามงานผ่านสภาแล้วผมได้ประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอเข้าพบท่านให้ช่วยกำชับมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินงานให้เร็วที่สุด ตอนแรกโครงการกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายนปี 67 และทราบว่ามีการขยายเวลาเป็นมิถุนายนปี 68 ซึ่งเราดูแล้วถ้ายังทำอยู่แบบนี้ไม่มีทางเสร็จทันตามกำหนดแน่นอน จึงต้องกำชับให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามงานอย่างจริงจัง ติดขัดตรงไหนหากช่วยได้ก็ยินดีช่วย แต่หากปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไขก็จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชนของผมด้วย" ส่วนหนึงที่นายกชาย กล่าวในที่าประชุมและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

พร้อมกันนี้ยังมีการลงพื้นที่เพื่อดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาเพิ่มเติมร่วมกันจากทุกฝ่ายที่มีการนำเสนอมุมมองสะท้อนปัญหาที่หลากหลาย นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยนายสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ได้มารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านและยืนยันว่าจะกำชับทั้งผู้ควบคุมโครงการ ผู้รับเหมาให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตรงไหนที่ชาวบ้านเดือดร้อนต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด มีกรอบเวลาการทำงานที่ชุดเจนและติดตามงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำเสนอให้ฝ่ายผู้รับเหมาต้องจัดทีมมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน จุดไหนที่ทำแล้วชาวบ้านได้รับผลกระทบต้องมีการแจ้งล่วงหน้าและกำหนดเวลาเสร็จให้ชัดเจน มีกลุ่มรายงานความคืบหน้า/ข้อติดขัด ที่มีทุกภาคส่วนทั้งอำเภอ ตำรวจ ท้องถิ่น ท้องที่ ตัวแทนชาวบ้าน ทางหลวง ผู้รับเหมา ไว้สำหรับติดต่อประสานงานกันอย่างจริงจัง โดยหลังจากนี้จะมีการนัดประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ต่อไปจนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ   
   
#25
อบจ.สงขลา นำร่องจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบพื้นที่อำเภอสิงหนคร

อบจ.สงขลา การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา นายกไพเจน หวังใช้เป็นแผนนำร่องให้ท้องถิ่นได้มีแบบแผนผังน้ำรองรับการขยายตัวของเมืองแก้น้ำท่วม น้ำแล้ง

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุมไทรแก้ว โรงแรมหาดแก้ว รีสอร์ท อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา นายไพเจน  มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในการประชุมฯ โดยมี นางสาวภพภร ทองคณารักษ์ ผู้อำนวยการกองผังเมือง อบจ.สงขลา กล่าวรายงาน
 
เนื่องจากปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาการระบายน้ำ และปัญหาน้ำแล้งเป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ประสบความเดือดร้อนเป็นประจำทุกปี โดยที่มีสาเหตุมาจากศักยภาพของระบบระบายน้ำในพื้นที่มีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมประกอบกับการขยายตัวของชุมชนที่มีผลต่อการกีดขวางทางระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่สร้างความเดือดร้อนต่อชุมชนและประชาชนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในฤดูแล้งยังเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่มีจํากัดส่งผลกระทบต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมในพื้นที่
 
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จึงดำเนินการโครงการจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการนํ้าทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และได้ว่าจ้าง บริษัท อินเตอร์ เทค คอนซัลแตนท์ จํากัด เป็นที่ปรึกษา เพื่อจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อสำรวจจัดทำฐานข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ และทบทวนรายงาน หรือแผนงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
2. เพื่อจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
3. เพื่อจัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการ การบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบรรเทาปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาการระบายน้ำ และปัญหาน้ำแล้งในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
4. เพื่อออกแบบและประมาณราคาโครงการบริหารจัดการน้ำตามแผนแม่บท และแผนปฏิบัติการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าววว่า อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านทรัพยากรน้ำแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นชุมชนที่ความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การเกษตรกรรม การประมง และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างจังหวัด แต่เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เป็นที่ราบลุ่มขนาบด้วย ทะเลอ่าวไทย และทะเลสาบสงขลา จึงมักจะประสบปัญหาอุทกภัย ในช่วงฤดูมรสุมเป็นประจำทุกปี ประกอบกับในปัจจุบัน มีการขยายตัวของชุมชนที่มีความหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อการกีดขวางทางระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณชุมชน อีกทั้งยังประสบปัญหาการขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำ ของภาคเกษตรกรรม ในฤดูแล้ง ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาพื้นที่อำเภอสิงหนครเป็นอย่างมาก

อบจ.สงขลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จึงมีนโยบายที่จะดำเนินการโครงการ เพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ให้เกิดความสมดุล เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงได้ดำเนินการโครงการ จัดทำผังแม่บท การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญของการดำเนินการในรูปแบบ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งจากประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มองค์กร และเครือข่ายต่างๆ จึงได้กำหนดให้มีการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในวันนี้ เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาของโครงการและรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการนำไปประกอบการศึกษาให้เหมาะสม โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษา จะก่อให้เกิดการบริหารจัดน้ำในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ที่เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพตามความต้องการของประชาชน สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ เพื่อใช้เป็นแบบแผนแม่บทในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาของพื้นที่อำเภอสิงหนคร ในอนาคตต่อไป   

ด้านนางสาวภพภร  ทองคณารักษ์ ผู้อำนวยการกองผังเมือง อบจ.สงขลา กล่าวว่า จากปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาการระบายน้ำ และปัญหาน้ำแล้ง เป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ประสบความเดือดร้อนเป็นประจำทุกปี โดยที่มีสาเหตุมาจากศักยภาพของระบบระบายน้ำในพื้นที่มีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูสรสุม ประกอบกับการขยายตัวของชุมชนที่มีผลต่อการกีดขวางทางระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนต่อชุมชนและประชาชนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในฤดูแล้ง ยังเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่มีจำกัด ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมในพื้นที่
   
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงลา จึงดำเนินการโครงการ จัดทำผังแม่บท การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และได้ว่าจ้าง บริษัท อินเตอร์ เทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษา เพื่อจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจจัดทำฐานข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ และทบทวนรายงานหรือแผนงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ,เพื่อจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ,เพื่อจัดทำแผนแม่บท และแผนปฏิบัติการ การบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะการบรรเทาปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาการระบายน้ำ และปัญหาน้ำแล้ง ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และเพื่อออกแบบ และประมาณราคาโครงการบริหารจัดการน้ำตามแผนแม่บท  และแผนปฏิบัติการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อำเภอสิงหนคร   
           
โดยการดำเนินงานโครงการ ได้มีการจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขต ขั้นตอน และระยะเวลาดำเนินการของโครงการ และได้มีการจัดประชุมกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม ในพื้นที่ 11 ตำบล ของอำเภอสิงหนคร ในระหว่างวันที่ 18 - 22 กันยายน 2566 เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และสำหรับการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในครั้งนี้ จะเป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการ โดยให้ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการศึกษา และการจัดทำแผนงานโครงการบริหารจัดหารน้ำ ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลาต่อไป

#26
สงขลาวาไรตี้ / Motor Expo Hatyai พร้อมจัดใหญ่...
กระทู้ล่าสุด โดย ฅนสองเล - 20:15 น. วันที่ 05 11 66
Motor Expo Hatyai พร้อมจัดใหญ่ส่งท้ายปี 8-11 ธ.ค.ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่

ส.ยานยนต์สงขลา นำรถหลากหลายแบรนด์ดังรวมไว้ในที่เดียว พร้อมกิจกรรมมากมายในงาน มหกรรมยานยนต์ส่งท้ายปี Motor Expo Hatyai 2023 ครั้งที่ 8 วันที่ 8-11 ธ.ค. 66 ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่

สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลา ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ แถลงข่าวความพร้อมการจัดงาน "มอเตอร์ เอ็กซ์โป หาดใหญ่ 2023" ครั้งที่ 8 ภายใต้สโลแกน "Beyond – ความหมายที่มากกว่า" มหกรรมยานยนต์ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่รวบรวมยานยนต์หลากหลายแบรนด์มาให้ผู้สนใจได้เลือกจับจองเป็นเจ้าของกันในราคาโปรโมชั่น และรับสิทธิพิเศษต่างๆ ภายในงานนี้เท่านั้น พบกันวันที่ 8 – 11 ธันวาคม 2566 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1, หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 และบริเวณลานหาดใหญ่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายณรงค์ ตั้งภัสสรเรือง นายกสมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า "วัตถุประสงค์หนึ่งของการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ คือ การรวบรวมแบรนด์รถชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาไว้ที่เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สนใจได้เลือกชม เลือกซื้อยานยนต์ในใจ และได้รับการบริการหลังการขายอย่างใกล้ชิดจากดีลเลอร์ในพื้นที่ โดยเฉพาะรถอีวีหรือรถไฟฟ้าที่มีหลากหลายแบรนด์ และทุกค่ายก็มาร่วมออกบูธในงานนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในจังหวัดสงขลา ได้มีโอกาสนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์และโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้กับพี่น้องชาวใต้อีกด้วย ซึ่งทางสมาคมฯ เชื่อมั่นว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความคุ้มค่าจากการจองรถภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2023 อย่างแน่นอน"

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมภาคความบันเทิงมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชม เชียร์ และเป็นกำลังใจให้กับเยาวชนในพื้นที่อีกด้วย โดยในปีนี้จัดการประกวดทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่ การประกวดร้องเพลงไทยสตริง อายุ 13 – 18 ปี, การประกวด Mr. Motor Man อายุ 17 – 30 ปี และการประกวด Motor Expo Kids Talent อายุไม่เกิน 13 ปี โดยเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมการประกวดสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 พฤศจิกายน 2566 ผ่านทางเพจ Motor Show Hatyai

ติดตามความเคลื่อนไหว โปรโมชั่นของแต่ละค่ายรถ และกิจกรรมต่างๆ ภายในงานได้ที่เพจ Motor Show Hatyai แล้วพบกันที่งาน "มอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2023" ครั้งที่ 8 "Beyond – ความหมายที่มากกว่า" ระหว่างวันที่ 8 – 11 ธันวาคม 2566 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา

#27
เชิญชมนิทรรศการผลงานจิตรกรรมชุด "ปักษ์ใต้...ที่รัก" 3-30 พ.ย.ที่ลีการ์เดนส์

"บ้านสอนศิลป์ หาดใหญ่" จัดนิทรรศการแสดงเดี่ยวผลงานจิตรกรรมของครูนัส พนัส มุสิกธรรม ครูสอนศิลปะจาก บ้านสอนศิลป์ ชุด "Homeland Memorial" ปักษ์ใต้...ที่รัก วันที่ 3-30 พฤศจิกายน 2566 ณ com mon gallery g fl. ลีการ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ เชิญช่วนทุกท่านไปชมกันได้

โดยมีพิธีเปิดงานอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเองไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย.66 มี รศ.นิคอเละ ระเด่นอาหมัด ร่วม อาร์ต ทอล์ค "ดูศิลปะอย่างไรให้สนุก" มีการแสดงเดี่ยวแซกโซโฟน ดนตรี โดยมีเพื่อนศิลปิน จิตรกรรม และผู้สนใจร่วมเยี่ยมชมผลงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในงานมีนิทรรศการผลงานของคุณพนัส พร้อมศิลปินรับเชิญ ผลงานศิษย์บ้านสอนศิลป์ มาแสดงให้ชมอย่างหลากหลายอารมณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ปักษ์ใต้...ที่รัก"

ผู้ที่สนใจสามารถไปเยี่ยมชมได้ทุกวันตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ด้านศิลปะเพิ่มเติมด้วย พาบุตรหลานไปกันได้เลย เพลิดเพลิน ได้ความรู้ และได้ช้อปปิ้งกันที่ ลีการ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ ด้วยครับ   
#28
"นศ. สวัสดิการสังคม" มรภ.สงขลา รับโล่รางวัลชมเชย ประกวดสื่อเสริมสร้างคุณธรรมฯ ด้านวินัย

            นักศึกษาหลักสูตรสวัสดิการสังคม คณะมนุษยศาสตร์ฯ มรภ.สงขลา ส่งผลงานหนังสั้น "วินัยที่แม่สอน คว้ารางวัลชมเชย ประกวดสื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมด้านวินัย
             เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 นางสาวปริญญา อุศมา และ นางสาวกันติศา จันทร์สวาท นักศึกษาหลักสูตรสวัสดิการสังคม ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ในฐานะตัวแทนสมาชิก "ทีมบังเอิญ" ที่มีสมาชิกในทีมอีก 1 คนคือ นางสาวอริสรา ทุ่ยอ้น ร่วมกันจัดทำผลงานหนังสั้น เรื่อง "วินัยที่แม่สอน" โดยมี อาจารย์ ดร.ชยุต อินทร์พรหม เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้รับรางวัลชมเชย ในการประกวดสื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมด้านวินัย ระดับนักเรียน นิสิต/นักศึกษา ภายใต้หัวข้อ "วินัยสร้างชาติ" จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ณ ห้องแกลลอรี 5 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพฯ
#29
ม.อ.ตรัง บูรณาการรายวิชานักศึกษา ออกแบบชุมชน ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตตรัง เน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก ส่งเสริมนักศึกษาให้นำความรู้ภาคทฤษฎีและกรณีศึกษา มารวมเข้ากับประสบการณ์จากการเข้าพื้นที่จริง เพื่อเพิ่มความสามารถในการวางแผน ออกแบบ แก้ปัญหา เพื่อนำความรู้ไปใช้งานจริงได้มากที่สุด
อาจารย์คัมภีร์ คล้ามนฤมล อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง เปิดเผยถึงการพัฒนาการเรียนการสอนของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่เน้นการใช้แนวทางการศึกษาแบบมุ่งเน้นผลลัพธ์ เน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้จากประสบการณ์ในสถานการณ์จริง ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการการเรียนและการทำงาน ตลอดจนมีการเสริมสร้างความเข้าใจการเรียนรู้ในพื้นที่จริงในภูมิภาค
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจัดการเรียนรู้ดังกล่าว คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงมีการเปิดสอนรายวิชาที่เกี่ยวข้องเช่น การออกแบบสถาปัตยกรรม และ  สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่อาจารย์ประจำวิชาได้เลือกชุมชนในจังหวัดตรังเป็นพื้นที่เข้าศึกษาจริง โดยจากการสำรวจเพื่อออกแบบในรายวิชา การลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้คนในชุมชน ทำให้เห็นความต้องการในการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว โดยชุมชนที่เลือกศึกษา เช่น บ้านควนตุ้งกู บ้านตะเสะ บ้านน้ำราบ จังหวัดตรัง ซึ่งมีความสำคัญในฐานะที่เป็นจุดพักถ่ายนักท่องเที่ยวจากบกสู่ทะเล
จากการเข้าพื้นที่เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม นักศึกษาได้เข้าศึกษาเรื่องหลัก ๆ ของชุมชนทั้งด้านกายภาพ สังคม อาชีพ วิถีชีวิต และนำมาออกแบบเป็นอาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารที่สามารถตอบสนองประโยชน์ใช้สอยของคนในชุมชน เช่น ส่วนนิทรรศการ ร้านค้าชุมชน ส่วนแปรรูปอาหารทะเล ส่วนซ่อมเรือประมง ศูนย์ชุมชน พื้นที่สันทนาการชุมชน และส่วนบริการนักท่องเที่ยว และออกแบบบ้านตัวอย่างที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในชุมชนบ้านควนตุ้งกู จำนวน 28 ผลงาน และชุมชนบ้านตะเสะจำนวน 37 ผลงาน ส่วนชุมชนบ้านน้ำราบมี 1 ผลงาน
การได้ร่วมออกแบบชุมชนเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ทำให้นักศึกษามีความเข้าใจพื้นที่ มองเห็นปัญหา และเห็นแนวทางการนำไปใช้เพื่อให้ก่อประโยชน์แก่ชุมชน ได้สัมผัสถึงมิติต่างๆ ในการพัฒนาพื้นที่โดยกลวิธีของการออกแบบสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่นในชุมชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การเข้าถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน ความต้องการ ด้านกายภาพ เศรษฐกิจและสังคม และมองเห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขที่มีความเป็นไปได้ โดยการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนเข้าสู่กระบวนการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ และเสริมสร้างให้นักศึกษามีจิตสำนึกเรื่องการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อยกระดับชุมชนให้เป็นพื้นที่ที่มีความยั่งยืนต่อไป
#30
วันที่ 13 ตุลาคม  2566  นายเขมญาติ  ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล  ณ หอประชุมชวาทอง และพิธีวางพวงมาลา ณ หอประชุมศาลาประชาคมอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
โดยในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เป็นวันแห่งการสวรรคตครบ 7 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  หรือเรียกว่า "สัตตมวรรษ"  เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ  ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้                                   
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า"วันนวมินทรมหาราช" ซึ่งได้พระราชทานพระมหากรุณามีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 รับทราบการกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็น "วันนวมินทรมหาราช" 
โดยกิจกรรมในวันนี้มีนายกฤชณัทท  พลรัตน์  นายอำเภอจะนะ เป็นประธานในพิธี และมีหัวหน้านส่วนราชการประจำอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา  ผู้นำหน่วยกำลังในพื้นที่ นายกเทศมนตรีตำบลทุกแห่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุกตำบล  องค์กรเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน  และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน เข้าร่วมกินกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน