ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องพิมพ์ 3 มิติ คืออะไร ลองดูข้อมูลสิจ๊ะ  (อ่าน 1 ครั้ง)

ออนไลน์ SEO.No1

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8,685
    • ดูรายละเอียด
3D Printer - เทคโนโลยีการผลิตสมัย 4.0​
     เครื่อง 3D Printer คือเทคโนโลยีการสร้างที่สามารถแปลงข้อมูลดิจิติล หรือแบบจำลอง 3 มิติ ที่สร้างขึ้น ให้กลายเป็นชิ้นงานจริงที่สามารถสัมผัสได้ โดยหลักการของเครื่องเป็นการเติมเนื้อวัสดุ (additive) ทีละชั้น (layer by layer) จนได้ตามแบบที่อยาก ซึ่งแตกต่างจากแนวทางการผลิตแบบดั้งเดิมตัวอย่างเช่น เครื่องกลึง เครื่องกัด เครื่องตัด หรือเครื่อง CNC ที่มักใช้การตัด หรือนำเนื้ออุปกรณ์ออก (subtractive) เพราะฉะนั้นวัสดุที่ใช้และก็สูญเสียสำหรับเพื่อการผลิตจึงน้อยกว่ามากมาย รวมถึงการใช้แรงงานของเครื่องที่ใช้เวลาสำหรับการศึกษาน้อยกว่ามาก ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราจึงมองเห็นประเทศในฝั่งตะวันตกส่งเสริมให้มีการใช้ตั้งแต่การเล่าเรียนเครื่องพิมพ์ 3 มิติเบื้องต้น


 
เลือกชมสินค้าคลิ๊ก เครื่องพิมพ์ 3D https://www.sync-innovation.com

ผลดีที่เห็นได้ชัดเจนจากเครื่อง 3D Printer คือ ผู้ใช้สามารถสร้างหรือประดิษฐ์สิ่งของ อะไหล่ ชิ้นส่วนต่างๆได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งโรงงานร้านที่รับผลิต โดยทักษะที่จะต้องมีเป็นการผลิตหรือเขียน แบบจำลอง 3 มิติ ขึ้นมา โดยใช้โปรแกรมต่างๆซึ่งปัจจุบันมีทั้งฟรีและเสียเงินเสียทอง รวมถึงวัตถุประสงค์ของโปรแกรมที่ต่างกัน เช่น งานปั้นสิ่งมีชีวิต การเขียนแบบศิลป์ สถาปัตยกรรม หรืองานทางวิศวกรรม เครื่องพิมพ์ 3D ฯลฯ



จุดเด่นของเทคโนโลยี 3D Printing

     1. เงินลงทุนการผลิตต่ำ รองรับการสร้างงานต้นแบบหรือผลิตปริมาณน้อย
เดี๋ยวนี้เครื่อง 3D Printer แพงถูกลงมาก กระทั่งคนทั่วๆไปสามารถหาซื้อได้ อีกทั้งการซื้อจากโรงงานโดยตรงผ่าน Alibaba Lazada Aliexpress หรือตัวแทนจำหน่ายในไทย ทำให้แนวทางการผลิตองค์ประกอบต่างๆไม่จำกัดอยู่แต่ในโรงงานผลิต ซึ่งจำนวนมากรับเฉพาะการสร้างจำนวนหลายชิ้น (Mass production) แม้เป็นคนทั่วไป หรือยังเป็นเพียงแค่งานต้นแบบ (Prototype) คงจะไม่อาจจะสั่งผลิตได้ เว้นแต่ตัวเครื่องแล้ว สิ่งของในปัจจุบันทั้งยังแบบ Filament หรือ Resin ก็ราคาแพงถูกลง และก็ทรัพย์สินที่นานาประการตามความอยาก ด้วยเหตุนั้นเทคโนโลยี 3D Printing จึงมีใช้ในทุกระดับตั้งแต่บุคคลทั่วไป จนไปถึงโรงงานขนาดใหญ่



     2. อิสระด้านการดีไซน์สินค้า​
เทคโนโลยี 3D Printing เป็นการผลิตแบบเพิ่มเติมเนื้อวัสดุเข้าไป โดยเหตุนี้จึงไม่ต้องคิดถึงเนื้อหาที่ซับซ้อนด้านในผลงาน ซึ่งไม่เหมือนกับการสร้างทั่วไป 3D Printerที่ทำได้เฉพาะผิวภายนอก หรือจำต้องใช้เครื่องจักรที่ราคาสูงมากถึงจะผลิตได้ ยกตัวอย่างเช่น CNC 5 แกน ในตอนที่เครื่อง 3D Printer ไม่มีข้อจำกัดดังที่ได้กล่าวมาแล้ว


     3. การปรับปรุงและทำการแก้ไขงาน​
เพราะเหตุว่าการพิมพ์ 3 มิติ เป็นการสร้างผลงานทีละชิ้น โดยใช้แนวทางเพิ่มเติมเนื้อวัสดุ ด้วยเหตุผลดังกล่าวสามารถที่จะผลิตผลงานจำนวนมาก ที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กๆแต่ละชิ้นให้ไม่เหมือนกันโดยที่ทุนไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ป้ายชื่อ ขนาดเกลียว และยังรวมไปถึงสีของงาน ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ



แนวทางการทำงานของเครื่อง 3D Printer

     1. การผลิตแบบจำลอง 3 มิติ (3D modelling)​
เป็นขั้นตอนเริ่มของการใช้งาน โดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์หรือ CAD วาดแบบผลงานออกมาเป็น 3 มิติ ตามขนาดแล้วก็รูปร่างที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันนี้สามารถหาโปรแกรมฟรีแวร์และก็ราคาถูกได้ง่ายอย่างยิ่ง ดังเช่นว่า Autodesk Fusion 360, Blender, TinkerCAD ต่อจากนั้นก็เลยเซฟหรือ export เป็นไฟล์ 3 มิติ ที่ใช้กันทั่วๆไปคือสกุล .stl หรือ .obj เพื่อใช้งานต่อไป

     2. การสไลด์แบบจำลอง 3 มิติ (Slicing)
ขั้นตอนนี้เป็นการนำแบบจำลอง 3 มิติ ที่สร้างขึ้น มาแบ่งเป็นชั้นๆตามความละเอียดที่เครื่องรวมทั้งเทคโนโลยีรองรับ ดังเช่นว่า เทคโนโลยี FDM 3D Printing อยู่ที่ประมาณ 50-300 ไมครอน (0.05-0.3 mm) หรือแบบเรซินอยู่ที่ 25-100 ไมครอน (0.025-0.1 mm) รวมถึงกำหนดค่าตัวแปรอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ความเร็วในการพิมพ์ อุณหภูมิ การผลิต support โดยไฟล์ที่ได้จากการสไลด์ส่วนใหญ่จะเป็นนามสกุล .Gcode เสมือนเครื่อง CNC หรือเป็นสกุลอื่นๆที่เข้ารหัสเฉพาะเครื่อง

     3. การพิมพ์ 3 มิติ (Printing)
ขั้นตอนนี้เป็นนำไฟล์ที่ได้จากการสไลด์ในข้อที่ 2 มาป้อนให้กับตัวเครื่อง 3D Printer เพื่อเริ่มต้นการพิมพ์

     4. การตกแต่งผลงานข้างหลังการพิมพ์ (Post processing)
ขั้นตอนสุดท้ายคือการตกแต่งงานหลังการพิมพ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะขัด (Polishing) ทำสี (Painting) หรือนำผลงานหลายๆชิ้นมาประกอบหรือติดกาวเข้าด้วยกัน โดยแต่ละเทคโนโลยีของเครื่อง 3D Printer ก็จะมีขั้นตอนที่ต่างกันออกไป



     วัสดุสำหรับเครื่อง 3D Printer
วัสดุที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีทั้งพลาสติก (Polymer) เรซิน (Resin) โลหะ (Metal) เซรามิกส์ (Ceramic) ปูน (Cement) ซิลิโคน รวมถึงวัสดุชีวภาพอย่างเนื้อเยื่อหรือที่เรียกกันว่า “BioInk” แต่ว่าโดยธรรมดา จะซึ่งก็คือเครื่องที่ใช้เส้นพลาสติก (Filament) เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าเป็นเครื่องที่นิยมใช้กันสูงที่สุด
 
ที่มา บทความ3D Printer https://www.sync-innovation.com

Tags : 3D Printer,เครื่องพิมพ์ 3D,เครื่องพิมพ์ 3 มิติ