ผู้เขียน หัวข้อ: ลอดช่องส่องเศรษฐกิจใต้ 2561 มองภาพรวมตีแผ่อนาคตแดนสะตอ  (อ่าน 115 ครั้ง)

ออฟไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

  • คนอกตัญญูถึงยืนที่สูงก็ไม่สง่า
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,506
  • แหลงใต้ไม่ชับหีดเดียว
    • ดูรายละเอียด
ลอดช่องส่องเศรษฐกิจใต้ 2561
มองภาพรวมตีแผ่อนาคตแดนสะตอ

นับถอยหลังปี 2560 เตรียมพร้อมเข้าสู่ปี 2561 ภาครัฐบอกเศรษฐกิจใต้ยังอยู่ในแดนบวก ภาคประชาชนมองแบบนั้นด้วยหรือไม่ ลุ้นเมกกะโปรเจกต์ การจัดการเลือกตั้งทำเม็ดเงินสะพัดมากขึ้น ส่วนทิศทางราคายางยังต้องลุ้นกันต่อไป

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ จัดสัมมนาวิชาการ  Mega Trends นัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ มี ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง เศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มี ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ  ,นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ,นางสุรีรัตน์ ลัคนานิตย์ ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้  แขกผู้มีเกียรติ และผู้ที่สนใจมาร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในอนาคตการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม ที่สำคัญ (Mega Trends) จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่สำคัญต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ในอนาคต

Mega Trends ที่มีการกล่าวถึงในปัจจุบัน ได้แก่

1.การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

2.การเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีและนวัตกรรม

3.การเปลี่ยนขั้วทางเศรษฐกิจและการเมือง

4.การขยายตัวของสังคมเมือง

5.ความเป็นปัจเจกบุคคล

6.การเปลี่ยนเปลี่ยนด้านสภาพภูมิอากาศ

เมื่อพิจารณาแล้วก็จะพบว่า การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มดังกล่าว มีบทบาทและมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภาคใต้ เนื่องจากหาก Mega Trends เกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบต่อปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ ผ่านปัจจัยด้านการผลิต ได้แก่ ปัจจัยด้านแรงงาน , ทุน และเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในระยะต่อไป

นางสุรีรัตน์ ลัคนานิตย์ เปิดเผยว่าเศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 3 ปี 2560 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยมีการส่งออกสินค้าสำคัญภาคใต้ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์ต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม สำหรับการใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รายได้ของเกษตรกรยังเป็นตัวแปรสำคัญ แม้จะมีผลผลิตออกมามากขึ้น แต่ด้วยราคาสินค้าเกษตรที่ยังคงลดลง จึงส่งผลให้รายได้เกษตรกรยังคงหดตัว ด้านการท่องเที่ยวหดตัวเล็กน้อยตามจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียทางภาคใต้ชายแดนที่ลดลง  ในส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงทรงตัว ส่วนอัตราการว่างงานสูงขึ้นจากไตรมาสเดียวปีก่อนด้วยเช่นกัน

มาดูแนวโน้มเศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่ 4 ปี 2560 คาดว่ายังขยายตัวโดยมีปัจจัยสนับสนุน ที่มีการส่งออกสินค้าสำคัญยังขยายตัวตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าการท่องเที่ยวจะขยายตัว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีน ในส่วนการบริโภคภาคเอกชนก็น่าจะปรับตัวดีขึ้น แม้มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง อาทิ ราคาสินค้าเกษตรที่ยังต่ำแม้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น รวมทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจการค้าของอเมริกา และการปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ยังได้ดำเนินการด้านงานคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ในไตรมาส 3 ปี 2560 โดยให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1213 รวม 1,625 ราย ประกอบด้วยให้ข้อมูลคำปรึกษา 1,587 ราย และรับเรื่องร้องเรียน 19 ราย และข้อเสนอแนะ 19 ราย  โดยหลักๆของเรื่องร้องเรียนคือภัยทางการเงิน แก็งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

มองปัจจัยเศรษฐกิจตามแถลงของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ดูเหมือนเศรษฐกิจยังสดใสแต่ถ้ามองในภาพของประชาชนในทุกสาขาอาชีพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจไม่ดีเลย ปัจจัยด้านการเกษตร ราคายางพาราที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะธุรกิจค้าขายที่ลูกค้าขาดกำลังซื้อก็ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง

เช่นเดียวกับปัจจัยทางการท่องเที่ยว นอกเหนือจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีของประเทศมาเลเซีย ปัญหาการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวมาเลเซียก็ส่งผลให้เมืองหาดใหญ่เงียบไปพอสมควรเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของภาคใต้ให้ยังไม่มีลู่ทางสดใสมากนัก

อย่างไรก็ตามปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ให้มีลู่ทางสดใสขึ้นมานั้น น่าจะเป็นการลงทุนภาครัฐที่เรียกว่าเมกกะโปรเจกต์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดสงขลา การเดินเครื่องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา การขยายด่านชายแดนสะเดา และขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาในพื้นที่อำเภอสะเดา การผลักดันโครงการขนาดใญญ่ในพื้นที่อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2560 นี้ นายกรัฐมนตรี และครม.สัญจรลงภาคใต้ที่สงขลาและปัตตานี ต้องรอดูกันว่าจะมีโครงการใหม่ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08:39 น. วันที่ 23 11 17 โดย ต้อม_รัตภูมิ »
------------------
สนับสนุนการขับเคลื่อนโดย
นมพัทลุงหาดใหญ่ โทร 084-4074167
สั่งสินค้าออนไลน์ www.facebook.com/nomptlhatyai