ผู้เขียน หัวข้อ: พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบฉบับใหม่ช่วยลดปริมาณสิงห์อมควันได้จริงหรือ  (อ่าน 19 ครั้ง)

ออฟไลน์ สงขลานิวส์

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,172
  • สงขลามีเดีย
    • ดูรายละเอียด
    • สงขลามีเดีย
พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบฉบับใหม่ช่วยลดปริมาณสิงห์อมควันได้จริงหรือ

เห็นมีการพูดถึงและแชร์กันเยอะเกี่ยวกับพ.ร.บ.ยาสูบฉบับหลายสำนักตีข่าวแบบน่าตื่นเต้นมาก ส่วนตัวในฐานะคนที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกมาอย่างเด็ดขาด รวมถึงได้ติดตามมาตรการการการทำงานด้านการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางข้อกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ทำให้อดไม่ได้ที่จะขอเขียนถึงกฎหมายที่จะมีการบังคับใช้วันนี้วันแรกสักนิด

สำหรับ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีมาตรการสำคัญที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมที่น่าสนใจ ดังนี้
1. กำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
2. ห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ
3. ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบใน 4 กลุ่มสถานที่ ได้แก่ ศาสนสถานทุกศาสนา สถานพยาบาลและร้านขายยา สถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่สถานรับเลี้ยงเด็กจนถึงมหาวิทยาลัย และกลุ่มสวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก 
4. กำหนดห้ามโฆษณาสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบในทุกรูปแบบ อาทิ พริตตี้ส่งเสริมการขายในงานคอนเสิร์ต
5. ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรมซีเอสอาร์ อุปถัมภ์สนับสนุนบุคคล หรือองค์กร ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยาสูบ ยกเว้นบุคคลและองค์กรภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น ชาวไร่ยาสูบ เป็นต้น
6. ห้ามตั้งวางโชว์ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือซองบุหรี่ ณ จุดขายปลีกที่ทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนมองเห็น
7. ห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน
8. เพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่เป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท 
9. กำหนดหน้าที่ให้เจ้าของสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ มีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ดูแลให้ไม่มีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการ เจ้าของสถานที่มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท

แค่ 9มาตรการข้างต้นดูเหมือนว่าน่ากลัวมากแต่ในทางปฏิบัติถามว่าทุกวันนี้ ร้านไหนบ้างไม่ขายบุหรี่แตกซอง ถ้าเป็นแถวบ้านเราถามเพิ่มอีกว่าร้านไหนบ้างไม่ขายบุหรี่หนีภาษี เอาแค่ขายบุหรี่แตกซองแทบทุกร้านติดราคาไว้ด้านหน้าว่า 1 มวน 4-5บาท 4มวน20 อะไรก็ว่ากันไ่ปไม่เว้นแม้แต่ร้านหน้าโรงพัก หน้าอำเภอ

ย้อนกลับไปเมื่อปี47-48 เคยมีมาตรการห้ามขายบุหรี่แตกซองออกมาครั้งแรกๆ ผมขับมอไซค์ไปเที่ยวเพื่อนจอดซื้อบุหรี่ 3มวน เจ้าของร้านบอกหน้าตาตื่นขายไม่ได้ เขาไม่ให้ขายแล้วลูกบ่าวเหอ หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนผ่านไปที่เดิมจอดซื้อใหม่แกขายแล้่วครับ ใส่ถุงแยกรอไว้เลย 3มวน10บาท

เช่นเดียวกับมาตรการห้ามสูบในสถานที่ต่างๆ ที่บังคับใช้แบบหวือหวาไม่รู้ใครเป็นคนบังคับ คนจับกุม เช่นถ้าคนสุบบุหรี่ในโรงพยาบาลใครจะจับ เราจะแจ้งใครให้มาจับมาเตือน ยังไม่ร่วมสิ่งเลวร้ายที่สุดของภาครัฐเองนั่นคือมาตรการเพิ่มภาษีบุหรี่-เหล้าที่ขึ้นทุกปี วันนี้บุหรี่ยี่ห้อหลักๆ ราคาขยับไปถึงซอง 70กว่าจนถึงหลักร้อยแล้ว

แต่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังเขาขยันออกบุหรี่ยี่ห้อใหม่ราคาถูกๆ มาขายตีตลาด บวกกับบุหรี่นำเข้าหรือหนีภาษีที่ขายกันในราคาแสนถูกก็หาไม่ยากด้วย มาตรการลดนักสูบหน้าใหม่ด้วยกฎหมายและนโยบายรัฐจึงยังสวนทางกับโรงงานยาสูบเพราะเขามีหน้าที่ขายและเก็บภาษีให้รัฐบาลจึงอาจมีความจำเป็นต้องทำยอดให้ตามเป้าด้วย(มั้ง)

มาตรการที่ดีที่สุดในการเลิกบุหรี่จึงควรเริ่มต้นที่ตัวบุคคล คนในครอบครัว สังคม โรงเรียน ผู้ปกครองที่เลิกบุหรี่ไม่ได้ก็ควรหามาตรการสอนลูกหลานว่าอย่าทำตามอย่างไร เหมือนที่พ่อผมเคยบอกว่า สมัยนี้คนสูบบุหรี่มันไม่เท่ห์เหมือสมัยก่อนแล้ว ผู้คนก็รังเกียจ ไหนก็ต้องเที่ยวพกพาทุกที่โดนเพื่อนขอเพื่อนพลอยอีก ถ้าป็นไปได้อย่าสูบมันเลยดีกว่า" ผมเลยเลือกที่จะไม่สูบตั้งแต่นั้นมาใครจะเอาไปใช้สอนลูกหลานก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ   

ต้อม รัตภูมิ รายงาน
--------------
สนับสนุนการขับเคลื่อนโดย
นมพัทลุงหาดใหญ่ โทร 084-4074167
สั่งสินค้าออนไลน์ www.facebook.com/nomptlhatyai