ผู้เขียน หัวข้อ: สักการะพระพุทธมหามงคลบพิตร ที่วิหารน้ำน้อย ตามรอยเสด็จในหลวงร.๙  (อ่าน 58 ครั้ง)

ออฟไลน์ สงขลานิวส์

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,179
  • สงขลามีเดีย
    • ดูรายละเอียด
    • สงขลามีเดีย
สักการะพระพุทธมหามงคลบพิตร ที่วิหารน้ำน้อย ตามรอยเสด็จในหลวง รัชกาลที่ ๙

ท่านที่ใช้ถนนกาญจนวณิชย์ ทางหลวงหมายเลข407 เส้นทางเชื่อมหาดใหญ่-สงขลา เมื่อผ่านไฟแดงน้ำน้อยคงได้เห็นวิหารที่สวยงามเคียงคู่ถนนสายนี้มายาวนาน หลายคนอาจเคยแวะแต่เชื่อว่าหลายคนแค่ผ่านและไม่เคยแวะชมวิหารแห่งนี้ หากมีโอกาสอยากแนะนำให้ทุกท่านแวะที่นี่สักครั้งเพราะคือหนึ่งในสถานที่เสด็จของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ 

สถานที่สำคัญแห่งนี้มีชื่อว่า วิหารพระพุทธมหามงคลบพิตร หรือเรียกสั้นๆ ว่าวิหารน้ำน้อย วิหารที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙  ได้ทรงเสด็จมาทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2519  คุณยายกิมไล่ ชูโตชนะ และสามี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาล ๙  เพื่อให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินสืบไป

สำหรับวิหารสมเด็จพระพุทธมหามงคลบพิตร มีประวัติก่อนการก่อสร้างที่เล่าขานกันว่า สมัยที่หลวงพ่อฤาษีพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เดินทางไปสงเคราะห์ลูกหลานพุทธบริษัททางภาคใต้ครั้งแรก พ.ศ.2518 โดยมีหลวงปู่สิมพุทธจาโร วัดถ่ำผาปล่อง หลวงปู่ธรรมชัย วัดทุ่งหลวง ร่วมไปด้วยที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง พัทลุง และสงขลา เมื่อมาถึงสงขลาคณะของหลวงพ่อเดินทางไปถึง สามแยกควนเนียง มีเทวดาเครื่องทรงแพรวพราวสวยงาม ปรากฏกายหน้ารถต้อนรับหลวงพ่อและเหนือศรีษะของเทวดาองค์นั้น มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ลอยอยู่เป็นนิมิตรสะดุดตา

เมื่อหลวงพ่อท่านเข้าที่พักตอนกลางคืน ขณะเอนกายลงนอน มีพระพรหมองค์หนึ่งมานั่งอยู่ปลายเท้าและบอกกับหลวงพ่อว่าจะมาบอกเรื่องพระใหญ่แล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังว่ามีพระพุทธรูปทองคำเนื้อเก้า เป็นทองแท้ฝั่งอยู่ใต้ดินที่บ้านน้ำน้อย สร้างในสมัยสุโขทัย ซึ่งในสมัยนั้นสร้างพระทองคำใหญ่ 3 องค์ด้วยกัน พระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่สุด ท่านบอกว่าขณะนี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร คือ หลวงพ่อพระพุทธสุโขทัยไตรมิตร องค์ที่ 2 เล็กกว่าองค์แรกเล็กน้อย ขนาดหน้าตักเกือบ 3 เมตร เดิมประดิษฐานอยู่ในตัวเมืองสงขลา ขณะนี้อยู่ใต้ดินใต้วิหารบ้านน้ำน้อย องค์ที่ 3 เล็กกว่าองค์ที่ 2แต่น้ำหนักเป็นตันสร้างด้วยทองคำแท้ๆ องค์นี้อยูในลำน้ำโขงตรงกลางแม่น้ำแบ่งเขตแดนไทยกับชาติอื่น

สำหรับพระพุทธรูปองค์ที่ 2 อยู่ที่เมืองสงขลามาตลอด จนถึง พ.ศ.2310 ที่กรุงศรีอยุธยาเสียเมืองแก่พม่า พวกพม่าทำลายวัดวาอารามเอาพระพุทธรูปสำคัญๆ ลอกเอาทองคำกลับเมืองตนมากมาย ข่าวนี้ได้แพร่ไปถึงภาคใต้ ชาวเมืองสงขลารู้ข่าวจึงระดมคนแอบนำพระพุทธรูปทองคำล้วนทั้งองค์ล่องไปตามลำน้ำทางเรือหาทำเลซ่อนองค์พระ เมื่อไปถึงบ้านน้ำน้อยเห็นทำเลเหมาะเพราะเป็นป่าทึบ จึงเกณฑ์คนกว่าสามร้อยคนช่วยกันขุดหลุมลึกกว้าง 5 วา แล้วสร้างกำแพงอิฐโดยรอบยารอยต่อกันน้ำซึมเข้าลักษณะคล้ายๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้า บรรจุอัญมณีเครื่องประดับมีค่ามากมายไว้กับองค์พระเป็นพุทธบูชา แล้วเก็บงำเป็นความลับสุดยอดจนคนรุ่นต่อๆ มาไม่มีใครรู้

จนลุถึง พ.ศ.2518 จึงนำความมาบอกหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เพราะท่านบอกว่าคณะเราเป็นนักบุญแท้ไม่ทอดทิ้งงานพระพุทธศาสนา จึงขอให้สร้างเจดีย์หรือสถูปบนดินเหนือองค์พระ กันไม่ให้คนเดินข้ามเศียรพระ จะเป็นโทษแก่พวกเขา นอกจากนี้สมัยก่อนโน้นหลวงพ่อก็เป็นผู้ร่วมสร้างพระทองคำทั้งสามองค์ด้วย พระพุทธรูปทั้งสององค์ทั้งในดินและในน้ำ ท่านบอกว่าเมื่อถึงเวลาคือประชาชนมีจิตใจดีมีศีลธรรมมากกว่านี้ ทั้งสององค์จะปรากฎขึ้นมาเอง ถ้านำขึ้นมาก่อนจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะความโลภของคนและหลวงพ่อบอกว่าสำคัญมากสำหรับแดนดินไม่ควรนำขึ้นมาเป็นอันขาด

เมื่อหลวงพ่อและหลวงปู่ไปพิสูจน์ดูก็เห็นเป็นจริงตามที่พระพรหมบอก หลวงพ่อก็ติดต่อหาเจ้าของที่ดินขอซื้อที่ตรงนั้นซึ่งเจ้าของคือคุณยายกิมไล่ ชูโตชนะ และสามีไม่ยอมขาย แต่ยกให้ฟรีๆ ตามแต่ต้องการแต่หลวงพ่อรับมาเพียง 200 ตารางวาเศษๆ เพื่อจัดสร้างวิหาร เมื่อพระวิหารสร้างเสร็จ พลเอกบุญชัย บำรุงพงศ์ ได้ถวายพระพุทธรูป (แบบพระพุทธชินราช) แด่หลวงพ่อเพื่อประดิษฐานที่วิหารนี้ เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์โดยหลวงพ่อไห้ชื่อว่า พระพุทธมหามงคลบพิตร ตามชื่อเดิมของพระเมื่อสมัยสุโขทัยที่ฝังอยู่ใต้ดิน

และเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินที่วิหารน้ำน้อยและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่เศียรพระพุทธรูปองค์ใหม่นี้ โดยมีพระอริยเจ้าที่มีขันธ์ 5 ไปร่วมพิธีอีก 6 รูปนอกจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำแล้ว ก็มีหลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร หลวงปู่ชุ่ม โพธิ์โก หลวงปู่บุดดา ถาวโร หลวงปู่ครูบาธรรมชัย หลวงปู่ครูบาชัยวงษา และหลวงปู่พระมหาอำพัน ร่วมกระทำพิธีบวงสรวง และคุณยายกิมไล่ ชูโตชนะ ได้ถวายที่ดินผืนนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินสืบไป

และในปี 2543 ได้มีการบูรณะจัดสร้างวิหารหลังใหม่แทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา โดยภายในพระวิหารนอกจากจะประดิษฐานพระพุทธมหามงคลบพิตร ก็ยังมีรูปหล่อของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และหลวงปู่ปาน ที่คณะศิษย์ได้อันเชิญมาจาก วัดท่าชุง จ.อุทัยธานี เพื่อให้ผู้คนได้ร่วมสักการะ จะมีเทียนแพ ดอกไม้เงิน ดอกไม้ทอง ไว้ให้บูชาพระซึ่งสามารถทำบุญได้ตามศรัทธา หากใครอยากตรวจดวงชะตาก็เสี่ยงเซียมซี่ได้ รวมถึงมีหนังสือธรรมะให้ได้อ่านกันด้วย รอบพระวิหารมีรูปปั้นจตุมหาราชอยู่ทั้ง 4 มุม คือ ท้าววิวุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวเวสสุวัณ และท้าวธตรัฐ

โดยรอบพระวิหารสมเด็จพระพุทธมหามงคลบพิตร แม้จะมีพื้นที่ขนาดเล็กแต่ร่มรื่น สงบ สะอาด มีทางลงคลองน้ำน้อยสำหรับการปล่อยปลาด้วย มีพื้นที่จอดรถสำหรับพุทธศาสนิกชน วิหารน้ำน้อย ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวณิชย์ มาจากฝั่งหาดใหญ่เลยไฟแดงน้ำน้อยมานิดเดียว ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดให้เข้าชมเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น.ทุกวัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14:03 น. วันที่ 16 05 17 โดย สงขลานิวส์ »
--------------
สนับสนุนการขับเคลื่อนโดย
นมพัทลุงหาดใหญ่ โทร 084-4074167
สั่งสินค้าออนไลน์ www.facebook.com/nomptlhatyai