ผู้เขียน หัวข้อ: เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว คำเตือนใจให้คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน  (อ่าน 300 ครั้ง)

ออฟไลน์ สงขลานิวส์

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,328
  • สงขลามีเดีย
    • ดูรายละเอียด
    • สงขลามีเดีย
เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว
คำเตือนใจให้คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน

เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว เป็นคำกล่าวของคนสมัยโบราณที่สมัยนี้อาจไม่ค่อยได้ยินกันเท่าไหร่ ที่มาของคำกล่าวที่ว่าเดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัวมาจากไหน

เดือนสิบ กับเดือนห้า ตามเดือนของไทยถือเป็นวันสำคัญของชาวใต้ 2 ประเพณี คือ เดือนสิบ เป็นประเพณีงานบุญเดือนสิบซึ่งมี 2 ครั้ง คือบุญแรกตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือย 10 หรือเรียกว่าวันรับเปรต และวันแรม 15 เดือน 10 เป็นวันส่งเปรต หลายคนฟังคำนี้แล้วดูเหมือนเป็นคำไม่ค่อยเพราะหู จนทำให้มีผู้ใหญ่บางคนกล่าวว่าฉันไม่ทำบุญเดือนสิบเพราะไม่มีบรรพบุรุษเป็นเปรต คำพูดนี้เคยได้ยินคนระดับอาจารย์พูดกับนักศึกษาโดยประกาศว่าจะไม่หยุดเรียนในวันดังกล่าวใครไม่มาถือว่าขาด

นั่นคือความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน ความจริงแล้วงานบุญเดือนสิบเป็นการทำบุญให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยการทำบุญในเดือนสิบนี้นอกเหนือจากการวางสิ่งของภายในวัดแล้วเราจะเห็นว่ามีการยกสิ่งของมาตั้งนอกรั้ว นอกกำแพงวัด ซึ่งว่ากันว่าผู้ล่วงลับบางจำพวกไม่สามารถเข้าวัดได้เนื่องจากเมื่อช่วงมีชีวิตมีการทำบาปไว้เยอะหรือที่เรียกว่าเปรตนั่นเอง ในช่วงเดือนสิบของทุกปีทางยมโลกจะมีการปล่อยวิญญาณเหล่านี้ให้ขึ้นมารับส่วนบุญ ซึ่งประเพณีถูกเรียกกันสั้นๆว่าชิงเปรตตามอุปนิสัยของคนใต้

งานบุญเดือนสิบ เป็นงานใหญ่และสำคัญี่คนใต้สมัยก่อนไม่ว่าไปตั้งหลักปักฐานหรือทำงานที่ไหนก็ต้องกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อร่วมงานบุญนี้ให้ได้ เดือนสิบให้เห็นหน้าจึงหมายถึงว่าผู้เฒ่าผู้แก่ พอแม่ รอคอยบุตรหลายให้กลับมาได้เห็นหน้ากัะนสักครั้งหลังจากห่างหายกันไปนานๆ เป็นการรวมตัวกันช่วยทำมาหาของทำบุญ ทั้งขนมตามประเพณี แกงสมรม ของกินคาวหวานสำหรับหอบหิ้วไปวัดและล้อมวงกินกันตามประสาญาติพี่น้อง รวมถึงการแบ่งปันให้กับบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งนี้คือความสวยงามที่ไม่ต้องวาด

งานบุญเดือนห้า ก็เช่นเดียวกันเป็นงานบุญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นงานบุญประจำปีเดือนห้าของไทยเรียกกันสั้นๆ ว่าวันว่าง ประเพณีวันว่าง เป็นการทำบุญให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับด้วยการทำความสะอาดบัว หรือที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งหากมองในมุมง่ายๆ เดือนห้าเป็นช่วงหน้าแล้ง ใบไม้ เศษไม้จะร่วงหล่นลงมาจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อมีการทำบุญทุกคนก็จะมาช่วยกันทำความสะอาดสร้างความสวยงามให้กับพื้นที่ป่าช้าที่หลายคนอาจมองข้ามในช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดทั้งปี

ประเพณี คือสิ่งที่สวยงามและปฏิบัติสืบต่อกันมา อาจมีการเปลี่ยนแลงบ้างตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงเอกลักษณ์และสะท้อนคุณค่าได้อยู่เสมอ บรรพบุรุษคือรากที่ช่วยให้ต้นเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขามีใบให้ร่มเงา มีแตกกอต่อยอดเป็นครอบครัว ชุมชน สังคม ได้สืบสานร่วมกันตลอดไป เมื่อมีเวลาหรือควรทำตัวเองให้มีเวลาในการทำบุญตามประเพณีที่สำคัญของบรรพบุรุษ ความกตัญญูเท่านั้นที่จะสร้างคนให้สูงสง่ามีคุณค่าในตัวเอง

ที่เขียนมใาข้างต้นอาจไม่ถูกต้องตามหลักฐานบันทึกแต่ที่เขียนขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้ทุกคนได้รู้ว่า เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว คำกล่าวนี้นั้นยังอยู่ในใจผู้ใหญ่เสมอ ปู่ย่าตายาย พ่อแม่พี่น้อง ยังคอยการมานั่งรวมกลุ่มของลูกหลาน แบ่งปันสารทุกข์สุขดิบกันตามประสาพี่น้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เดือนสิบนี้อย่าลืมหลบเรินนะ แม่เฒ่าแกคร่าวอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16:55 น. วันที่ 28 09 16 โดย ต้อม_รัตภูมิ »
ติดต่อทีมงาน โทร 084 5828115
ติดตามภาพข่าวเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/songkhlamedia