แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - สงขลานิวส์

หน้า: [1] 2 3 ... 152
1
นักวิชาการชี้ใช้กัญชาร่วมกับยาสูบ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจนและทำให้เลิกได้ยากขึ้นด้วย

นักวิชาการชี้ ใช้กัญชาร่วมกับยาสูบ ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เลิกสูบยาสูบ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเสี่ยงได้รับสารพิษเพิ่มขึ้นชัดเจน จึงอยากฝากเรื่องนี้ให้สังคมทราบ ตามที่มีข่าวออกมากล่าวถึงการใช้กัญชาเพื่อการเลิกยาสูบต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในเรื่องของการนำกัญชามาเกี่ยวข้องกับยาสูบ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์หรืองานวิจัยที่ยืนยันชัด เจนถึงผลที่เกิดจากการสูบกัญชาเพื่อการเลิกยาสูบ

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยผลงานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา ชื่อ Clinical Psychiatry ปีพ.ศ.2561 พบว่า ‘การสูบกัญชา’ ทำให้ผู้ไม่เคยสูบยาสูบหันมาสูบยาสูบมากขึ้นผู้ที่เลิกสูบยาสูบหันกลับมาสูบยาสูบใหม่ และคนสูบยาสูบอยู่แล้วก็ยังคงสูบยาสูบต่อไป และที่น่าเป็นห่วงมาก คือ

‘การนำกัญชามาใช้ร่วมกับยาสูบ’ ซึ่งผลการวิจัยในต่างประเทศยืนยันชัดเจนว่า ‘การใช้กัญชาร่วมกับยาสูบจะส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เลิกใช้ยาสูบ’ โดยมีการใช้ใบยาสูบห่อกัญชา ทำให้การใช้ยาสูบเป็นเรื่องปกติ จากข้อมูลของสถาบันยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในสหรัฐอเมริกา พบว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้กัญชาร่วมกับยาสูบคือ

1)ใช้กัญชาร่วมกับยาสูบส่งผลต่อการเลิกกัญชาได้ยากขึ้น 2)พบโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมากขึ้นกว่าการบริโภคยาสูบแต่เพียงอย่างเดียว  3)เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษเพิ่มขึ้นและการได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์สูงกว่าผู้ใช้ยาสูบเพียงอย่างเดียว 4)เกิดปัญหาการเรียนรู้และความจำเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้กัญชาแต่เพียงอย่างเดียว  และ 5)ใช้กัญชาร่วมกับยาสูบในระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดมากกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ศ.นพ.รณชัย กล่าว

ศ.นพ.รณชัย กล่าวทิ้งท้ายว่าเรื่องกัญชาเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ายินดีถ้าจะมีการพัฒนาศึกษาวิจัยในเรื่องของการใช้เพื่อทางการแพทย์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายยาเสพติดที่แก้ไขใหม่ แต่เรื่องยาสูบมีผลการศึกษาชัดเจนแล้วถึงผลกระทบต่อการใช้ร่วมกับกัญชา ซึ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพของประชาชน จึงอยากฝากเรื่องนี้ให้สังคมได้รับทราบ

2
กระบะบรรทุกคนงานกลับบ้านยางแตกเสียหลักลงคูกลางถนนสายเอเชียรัตภูมิ ดับ7 เจ็บ3

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกคนงานชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียบริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพรุพ้อ หมู่2 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สาเหตุคาว่ายางระเบิด

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย. 62 เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเชฟโรเลต สีบรอน แบบมีแค็บหมายเลขทะเบียน บฉ 1701พัทลุง ซึ่งเป็นรถกระบะบรรทุกคนงาน ชนต้นไม้ในคูกลางถนนสายเอเชียริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพรุพ้อ หมู่ 2 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ฝั่งขาไป จ.พัทลุง

โดยสภาพรถพังยับเยินทั้งคันความแรงจากการชนทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้ม1ต้น เสาไฟฟ้าเอียง1 ต้น และทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุถึง 6 คน ทั้งติดอยู่ภายในรถและตกจากกระบะกระจายอยู่รอบๆตัวรถ และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน บางคนถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ในห้องโดยสารหน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาใช้เวลากว่า1 ชั่วโมงผู้เสียชีวิตทั้ง6 คนเป็น ชาย5 คน หญิง1 คนในจำนวนนี้มีคนขับรวมอยู่ด้วย  ส่วนบาดเจ็บหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลรัตภูมิและมีอาการสาหัส 1 คน และมีรายงานว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล รวมเสียชีวิต 7 เจ็บ 3 ราย   

และขณะเกิดเหตุได้มีการระดมหน่วยกู้ภัยจากหลายหน่วยในพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยกันทั้งกู้ภัยเอเชีย กู้ภัยรัตภูมิ กู้ชีพคูหาใต้ กู้ชีพควนรู เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตโดยเร็วที่สุดและต้องทำงานแข่งกับเวลาทั้งทีมตัดถ่างและทีมที่นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุจากการตรวจสอบสภาพรถพบว่ายางล้อหน้าด้านซ้ายแตกซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางตรงและไม่มีคู่กรณี  ซึ่งล้ออาจระเบิดทำให้รถเสียชีวิตพุ่งไปชนต้นไม้และเสาไฟฟ้าสำหรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้ง10 คนทราบว่าเป็นคนงานขุดคลองระบายน้ำร.1 หาดใหญ่ ขณะเกิดเหตุได้เดินทางกลับบ้านจ.พัทลุง หลังเลิกงาน ส่วนชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีดังนี้

ผู้บาดเจ็บ 3 ราย
1.นายสมควร ผลจำรูญ 45ปี ส่งต่อรพ.หาดใหญ่
2.น.ส.วรรณภาพร สมใจ 22ปี กลับบ้าน
3.นายเอกชัย สมใจ 64ปี ส่งต่อรพ.หาดใหญ่

รายชื่อผู้เสียชีวิต
1.นายสายัญห์ กลิ่นจันทร์ 48ปี
2.นายสุจินดา แก่นแก้ว 27ปี
3.นายสุพล ชุมชู 58ปี (คนขับ)
4.นายการุณ ถึงเกื้อ 52ปี
5.นางชนากานต์ พรรณรอง 36ปี
6.นายสมพงศ์ อินทะระนก 42ปี
7.นางสุพัตรา พันธ์ุุรอง 38ปี (เสียชีวิตที่รพ.หาดใหญ่)
โดยผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลทุ่่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

ทีมข่าวขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

3
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้รับ ISO/IEC27001:2013 เครื่องยันยัน มาตรฐานความปลอดภัยในข้อมูลของลูกค้า

​คุณบุษกร พุทธินันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สารสนเทศและปฏิบัติการ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยผู้บริหารและคณะพนักงาน รับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO/IEC27001:2013 สำหรับระบบบริหารจัดการความปลอดภัยสารสนเทศ ระบบการชำระเงิน BAHTNET ระบบการหักบัญชีเช็คด้วยภาพเช็คและระบบการจัดเก็บภาพเช็ค (ICAS) ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์เครือข่าย คอมพิวเตอร์ลูกข่าย และระบบสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานจาก คุณประวาลทอง ทองใหญ่ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายรับรองระบบมาตรฐาน บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากลในเรื่องระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้ลูกค้าและคู่ค้าสามารถมั่นใจในการทำธุรกรรมการเงินที่ธนาคารด้วยระบบความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ณ สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้

4
วันที่ 16 เมษายน 2562 นายวิภู พิวัฒน์ วิศวกรระดับ 11 โรงไฟฟ้าจะนะ ได้เข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดนานาชาติ ครั้งที่ 20 ณ หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นรายการแข่งขันที่สำคัญของจังหวัดสงขลา โดยได้มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท ให้นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ ได้รับมอบโล่เกียรติยศ จากนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

5
วันที่ 14 เมษายน 2562 นายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ และนายวิภู พิวัฒน์ วิศวกรระดับ 11 โรงไฟฟ้าจะนะ ได้เข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนเพื่อให้ห่างไกลยาเสพติด ของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด ตาดีกา อิสลามธัญญศึกษา บ้านควนหัวช้าง โดยมีนายอิสมาแอล หีมชูด หัวหน้าศูนย์ฯ เป็นผู้ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ได้มีเยาวชนและผู้ปกครองในหมู่บ้านเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

6
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 นายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมมอบเครื่องซักผ้า จำนวน 12 เครื่อง และจักรยาน จำนวน 5 คัน สำหรับเป็นของรางวัลนาวากาชาดจังหวัดสงขลา ประจำปี 2562 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด(ตำหนักเขาน้อย) อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ซึ่งงานกาชาดจังหวัดสงขลา ประจำปี 2562 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 30 เมษายน 2562 ณ บริเวณสระบัว แหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา

7
ว่าที่ สส.สงขลา 8 เขต จาก 3 พรรคการเมือง พรรคพลังประชารัฐ 4เขต พรรคประชาธิปัตย์ 3เขต พรรคภูมิใจไทย 1เขต เขต 1.วันชัย ปริญญาศิริ พปชร 2.ศาสตรา ศรีปาน พปชร 3.พยม พรหมเพชร พปชร 4.ร.ต.อ. อรุณ สวัสดี พปชร. 5.เดชอิศม์ ขาวทอง ปชป 6.ถาวร เสนเนียม. ปชป 7.ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ภท 8.สุรินทร์ ปาลาเร่ ปชป. ลูกสงขลาทั้ง 8 เขต พร้อมจับมือเพื่อสงขลาบ้านเรา หมดเวลาทะเลาะ ลดความขัดแย้ง เป็นต้นแบบในการทำการเมืองยุคใหม่เพื่อประชาชน แก้ปัญหาน้ำเสีย วาระแรก พวกเราจะจับมือกันเพื่อคนสงขลาบ้านเรา กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

8
ทม.บ้านพรุ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสกรานต์

(11 เม.ย.62) เทศบาลเมืองบ้านพรุ ร่วมกับแขวงทางหลวงสงขลาที่1 กรมทางหลวง โดยผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่1 นายวิชัยรัฐ แก้วโชติ เป็นประธานในพิธีเปิดจุดตรวจเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562  ณ หน้าศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองบ้านพรุ ถ.กาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายอดิศักดิ์ รัตนะ ปลัดเทศบาลปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองบ้านพรุ พร้อมข้าราชการ,สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านพรุ ,สถานีตำรวจทุ่งลุง ,เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ และสมาชิกอปพร. เข้าร่วมในพิธี

สงกรานต์นี้มาร่วมกันลดอุบัติเหตุในพื้นที่ให้เป็นศูนย์ รณรงค์ให้ประชาชนขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ขอความร่วมมือทุกท่านไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เมาแล้วห้ามขับรถ คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน๊อคทุกครั้งที่ขับขี่ ด้วยความปรารถนาดีจากเทศบาลเมืองบ้านพรุ

9
ว่าที่สส.ใหม่ นายกชาย นำทัพนักการเมืองดังสงขลาประกาศต่อสู้กับโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงคลองอู่ตะเภาที่หล่อเลี้ยงชาวหาดใหญ่ ส่งผลให้สัตว์น้ำตลอด2ฝั่งตายเป็นจำนวนมากแทบสูญพันธุ์ จนเป็นข่าวในสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้

ที่วัดบางศาลา ต.ทุ่งลาน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา นายเดชอิศม์ ขาวทอง หรือนายกชาย ว่าที่สส.เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีต ผบช.ตร.ทท. ดร.วิสุทธิ์ บิลลาเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี นายสมบูรณ์ พงษ์เลิศนภากร อดีตรองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ตัวแทนของนายถาวร เสนเนียม และนายวิชาญ ช่วยชูใจ นักจัดรายการวิทยุชื่อเป็นแกนนำฝ่ายประสานงาน โดยมีชาวบ้านและกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชังที่ได้รับความเดือดร้อนมาร่วมรับฟังกว่า 200 คน

นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้กล่าวแสดงความห่วงใยคลองอู่ตะเภาให้ประชาชนที่ร่วมฟังว่า ได้เห็นถึงความเสียหายที่ส่งผลกระทบ ต่อวิถีชีวิตของประชาชน แหล่งน้ำบริโภคและทะเลสาปสงขลา นายเดชอิศม์ ให้สัญญาว่าจะร่วมมือกันต่อสู้ทางกฏหมายอย่างรูปธรรมแก้ปัญหาน้ำเสียคลองอู่ตะเภา และทะเลสาปให้กลับมาสะอาดใสบริสุทธิ์กลับคืนมา โดยไม่มีมวยล้ม จะไม่มีการเจรจาใดๆ หากไม่จัดการรระบบน้ำเสียที่มาตรฐานโลก

โรงงานอุตสาหกรรมตลอด2ฝั่งคลองอู่ตะเภาเป็นของนายทุนที่มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ หิ้วกระเป๋ามาลงทุน 10-20 ปีก็หิ้วกระเป๋ากลับ ทิ้งไว้ซึ่งความเสียหายต่อบ้านเมือง เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการเสียงเพราะเลือกตั้งผ่านมาแล้วและอยู่นอกเขตของผม แต่ลุ่มน้ำทะเลสาปสงขลา เป็นของคนไทยทุกคน นายเดชอิศม์กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ขอประกาศตัวร่วมต่อสู่ในการแก้ปัญหาน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมที่ลักลอบปล่อยน้ำเสียบงคลองลงแม่น้ำ ตัวเองมีความผูกพันกับคลองอู่ตะเภาตั้งแต่ หัดว่ายที่คลองนี้จนสามารถสอบเป็นนักเรียนนายร้อยได้ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลาย และสค้างเสียหายให้กับคลองอู่ตะเภอรวมถึงทะเลสาปสงขลาที่รับมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมจนมีสภาพตื้นเขินพันธ์ปลาพื้นเมืองสูญหาย

ด้านนายนิพนธ์ คงศรี ตัวแทนชาวบ้านอ.คลองหอยโข่ง และตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ได้ประกาศตัวจะต่อสู้กับนายทุน ตั้งกลุ่มรักคลองอู่ตะเภา ช่วยกันดูแล เราหมดศัทธากับหน่วยงานราชการ ที่ดูแลน้ำเสีย รับเงินนายทุนจนก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานอุตสาหกรรมตลอด2ฝั่งคลองอู่ตะเภาส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตน้ำยางพาราข้น โรงงานผลิตถุงมือ และโรงอบไม้และผลิตภัฒน์ไม้ยางพารากว่า 20 โรงงาน ซึ่งแต่ละแห่งมีระบบบำบัดน้ำเสียในระดับหนึ่ง หากเกิดฝนคกหนักน้ำเสียจะล้นเอ่อลงสู่คลองสาธารณะจนเกิดเสียหายครั้งแล้วครั้งเล่ารวมทั้งน้ำเสียจากภูเขาขยะของเทศบาลต่างๆโดยไม่มีระบบปัองกัน ส่วนโรงงานที่ก่อเหตุปล่อยน้ำเสียได้มีการเยียวยาเบื้องต้นให้เกษตรกรที่เสียหายแล้ว

10
 ‘เชฟรอน’ จับมือชุมชน เดินหน้าโครงการเชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง สู่ปีที่ 8

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับพันธมิตร เดินหน้าโครงการ “เชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง” เพื่อส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช 50 หมู่บ้าน สู่ปีที่ 8 โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดกิจกรรมเสวนา “แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 8 ปี กับ เชฟรอนพลังใจพลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง” เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จของชุมชนต่างๆ ในการบริหารจัดการธนาคารหมู่บ้านและกองทุนสวัสดิการชุมชน จนมีคุณภาพชีวิตและฐานะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พร้อมด้วยการนำสินค้าจากกลุ่มอาชีพต่างๆ มาแสดงและจำหน่าย

พร้อมกันนี้ นางหทัยรัตน์  อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ เชฟรอนประเทศไทย เป็นตัวแทนมอบเงินงบประมาณ 1,000,000 บาท แก่เครือข่าย“โครงการเชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง” และมอบเงินสมทบให้กับธนาคารที่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานธนาคารทั้ง 4 พื้นที่ เป็นเงิน 210,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไปอย่างเข้มแข็ง โดยมีนายถาวรวัฒน์  คงแก้ว  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานในพิธีเป็นผู้รับมอบ พร้อมผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ประกอบด้วยตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และชาวบ้านจาก 50 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา และอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

นางหทัยรัตน์ กล่าวว่า  “ ‘โครงการเชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง’ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งในวิถีของตนเอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง จากการดำเนินงานมากว่า 8 ปี 8 ปี โครงการประสบผลสำเร็จในการจัดตั้งเครือข่ายธนาคารพัฒนาหมู่บ้านและกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการอย่างเข้มแข็งโดยสมาชิกของชุมชน รวมถึงการส่งเสริมการออมให้คนในชุมชน และการให้ความรู้ด้านการจัดการทางการเงิน ปัจจุบันนี้เครือข่ายธนาคารพัฒนาหมู่บ้านทั้ง 50 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา และอำเภอพรหมคีรี มีสมาชิกทั้งสิ้น 5,113 คน มีเงินออมรวมกว่า 27 ล้านบาท และมีเงินกองทุนหมุนเวียนกว่า 44 ล้านบาท”

นางชนากานต์ ทองเรือง ประธานเครือข่ายธนาคารตำบลกลาย กล่าวถึงผลลัพธ์ของโครงการว่า “ก่อนจะมีการจัดตั้งธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน หลายชุมชนประสบปัญหาหนี้นอกระบบ ที่สร้างหนี้ในแต่ละครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนคนเริ่มย้ายออกจากชุมชน “โครงการเชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง” ช่วยให้สมาชิกกู้เงินจากธนาคารพัฒนาหมู่บ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระประชาชนในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการออมให้คนในชุมชน และจัดการให้ความรู้ด้านการจัดการทางการเงิน ทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งมีที่พึ่งด้านเงินทุนในการกู้ไปทำประโยชน์ และยังทำให้มีกลุ่มอาชีพเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

“โครงการเชฟรอนพลังใจพลังคนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง เป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชน ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ซึ่งเป็นพันธกิจที่เชฟรอนยึดมั่นและถือปฏิบัติตลอดระยะเวลากว่า 56 ปี ของการดำเนินงานในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของเรา ความสำเร็จของโครงการฯ จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดีและภาคภูมิใจยิ่ง” นางหทัยรัตน์ สรุป

บรรยายภาพ – นางหทัยรัตน์ อติชาติ (กลางขวา) ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศสำรวจและผลิต จำกัด มอบงบประมาณสนับสนุน โครงการ ‘เชฟรอนพลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง’  ที่มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวม 50 หมู่บ้าน ก้าวสู่การดำเนินงานในปีที่ 8 โดยมี นายถาวรวัฒน์  คงแก้ว (กลางซ้าย)  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนรับมอบ

11
ส่องสนามการเมืองคลองแห เปิดตัวลงสนามแล้วแล้วอย่างน้อย 4 ทีม

การเมืองระดับชาติยังไม่ลงตัวการเมืองท้องถิ่นยังไม่รู้เลือกเมื่อไหร่ แต่เท่าที่ติตามหลายวเทีหลายสนามเริ่มเปิดตัวกันแล้วจำนวนมาก สนามเทศบาลเมืองคลองแห ตอนนี้มีทีมที่จะลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างน้อย 4 ทีมแล้ว

ทีมที่1 ทีมคลองแหพัฒนา ของบังน๊อต นายอนันต์ การันสันติ นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห คนปัจจุบันที่ครองตำแหน่งมาหลายสมัยตั้งแต่อบต.ทต.จนมาถึงทม.ในปัจจุบัน

ทีมที่ 2 ทีมคลองแหเที่ยงธรรม นำโดยบังจอม นายจอมภพ จันหลง อดีตผู้บริหารทีโอทีเกษียณอายุตั้งแต่ปีที่แล้ว และเปิดตัวทีมคลองแหเที่ยงธรรม และลุยงานลุยหาเสียงมานานแล้ว

ทีมที่ 3 กลุ่มคลองแหมั่นคง ชื่อเดิมของทีมอดีตนายกหัวมัน พ.ต.อ.ดร.วิชัย​ วิชยานฤพล​ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง​ ยังรับราชการอยู่แต่ก็เปิดตัวพร้อมเข้าสู่ถนนการเมืองที่คลองแหในการเลือกตั้งครั้งต่อไปแน่นอน ในนามกลุ่มคลองแหมั่นคง

ทีมที่4 นายอรุณ บุญรัศมี (สจ.อ๊อด) ปัจจุบันยังทำหน้าที่สจ.อยู่ และได้เปิดตัวทีมคลองแหเจริญ พร้อมลงชิงชัยนายกเมืองคลองแหกับเขาอีกทีม

เท่าที่เห็นตอนนี้มีถึง 4 ทีมแล้ว โอกาสหน้าจะหาข้อมูลแต่ละทีมมาฝากกัน คอการเมืองรอติดตามกันได้ครับ 

12
เปิดยุทธศาสตร์ "ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ" ว่าที่ส.ส.ภูมิใจไทยหนึ่งเดียวจากสงขลา ผู้ล้มวอลเปเปอร์

ผลการเลือกตั้งส.ส.เมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา คอการเมืองระดับชาติหลายคนสงสัยกับสนามสงขลามากพอสมควร ประชาธิปัตย์ที่ผูกขาดพื้นที่มายาวนนานทั้ง 8 เขตกลับเหลือแค่ 3 พลังประชารัฐแย่งไป 4 ภูมิใจไทยอีก 1 แต่เป็น 1 ที่น่าจับตาอย่างยิ่งเพราะเขาชนะเจ้าของฉายาวอลเปเปอร์ ศิริโชค โสภา ผู้เป็นเงาตามตัวอภิิทธี์ เวชชาชีวะ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีกลับมาแพ้ผู้สมัครหน้าใหม่ที่ชื่อ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากค่ายภูมิใจไทย (มีคลิปวิดีโอ)

หนุ่ย ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ คนหนุ่มรุ่นใหม่ที่สนใจการเมืองมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา อดีตสจ.จะนะ เรียนที่สะบ้าย้อย ตั้งหลักครอบครัวที่นาทวี เรียกว่าใช้ชีวิตและทำงานเชื่อมโยงพื้นที่จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย รวมถึงสะเดามายาวนาน และเขายังเป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานสังคม นำเสนอความเดือดร้อนและแนวทางแก้ไขปัญหาชาวบ้านในเรื่องต่างๆ และเปิดตัวที่จะสมัครส.ส.เพื่อทำงานการเมืองในสนามระดับชาติมาอย่างยาวนาน เขาบอกว่าเพราะผ่านการทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว จึงเชื่อว่าบทบาทของส.ส.จะช่วยชาวบ้าน ช่วยการพัฒนาประเทศได้ ที่ผ่านมาได้ทำงานจิตอาสามาตลอด โดยเฉพาะการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และยังเป็นคณะกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์ยางพาราของพรรคภูมิใจไทยอีกด้วย

ชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา สื่อระดับชาติหรือคนนอกพื้นที่อาจมองว่านี่คือสิ่งที่เหนือความคาดหมาย แต่สำหรับณัฏฐ์ชนน เขาบอกว่ามีความมั่นใจมาตั้งแต่ต้น เพราะการลงพื้นที่มายาวนาน การได้สัมผัสกับชาวบ้านทำให้เห็นชัดเจนว่าเขาอยากเปลี่ยน อยากได้ผู้แทนที่เข้าถึงสัมผัสได้ และรับฟังปัญหาของพวกเขาอย่างจริงใจพร้อมช่วยเหลืออย่างจริงจัง ปัญหาในพื้นที่เขต7 หลักๆ คือเรื่องราคายางและเรื่องที่ดินทำกิน ราคายางตกต่ำเขาก็ลำบาก มาตรการช่วยเหลือของรัฐไร่ละ 1,800 บาท มีคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงเพราะทำสวนยางในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ สิ่งเหล่านี้คือความเดือดร้อนที่เขาอยากได้รับการแก้ไข

พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายชัดเจนว่า "ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน" ส.ส.บางคนบอกว่าไม่ได้มีอำนาจอะไรแต่ความจริงแล้วส.ส.คือผู้ออกกฎหมาย มีอำนาจในการนำเสนอ แก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่กระทบสิทธิ์ของประชาชน การลดอำนาจรัฐ ก็คือการแก้ไขกฎหมายของรัฐที่กระทบสิทธิ์ของประชาชน เช่นการครอบครองที่ดินเขาควรมีเอกสารสิทธิ์ มีความเป็นเข้าของได้มากกว่านี้ไม่ใช่ว่าที่ดินสปก.ทำได้แต่การเกษตร จะทำร้านอาหาร ทำโฮมสเตย์ไม่ได้ เรามีรถ 1 คันทำได้แค่เอามาขับส่วนตัวอย่างเดียวไม่มีสิทธิ์มาวิ่งหาเงิน หารายได้เสริมให้ครอบครัว สิ่งเหล่านี้หากกฎหมายเป็นอุปสรรคเราก็ต้องเข้าไปแก้ไข ผลักดันในรูปแบบที่เรียกว่า เพิ่มอำนาจประชาชน

ความตั้งใจในการทำงานการเมืองที่มีมาอย่างยาวนานและตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคที่ผู้นำมีวิสัยทัศน์ พรรคมีนโยบายชัดเจน และที่สำคัญพรรคก็เปิดโอกาสให้เป็นคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ยางพารา ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราที่จะเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ อย่างยุทธศาสตร์ยางพาราพรรคมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันให้เป็นแบบกำไรแบ่งปัน และผลักดันการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น ที่ผ่านมาถ้าราคายางในตลาดล่วงหน้าอยู่ที่กิโลละ 80 บาท ชาวสวนยางจะขายได้แค่ 40 บาท ที่เหลือเป็นของพ่อค้านายทุนเป็นส่วนใหญ่ เราจึงคิดสูตรกำไรแบ่งปันคือเกษตรกรต้องได้ 80% ของราคาตลาดล่วงหน้าถ้าตลาดล่วงหน้าราคา 100 เราต้องขายได้ 80 ไม่ใช่ 60 แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

การให้เอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินก็เป็นสิ่งสำคัญ พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่อุทยานที่ทับซ้อนกับที่ดินชาวบ้านต้องมีทางออกให้เขา ที่ดินสปก.ต้องสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ และอีกปัญหาหลักคือเรื่องของด่านสะเดา หรือด่านนอกที่เศรษฐกิจในพื้นที่ซบเซาอย่างมาก ผู้ประกอบการอยู่แทบไม่ไหวนักเที่ยวมาเลย์หายหมดเราต้องเข้าไปช่วยแก้ไขตรงนี้ การจ๊อบที่จุดผ่านแดนทำไมจึงช้า ทำไมต้องให้เขาเดินตากแดดให้เขามานยืนรอนานๆ ในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลเขาต้องมายืนรอ 4-5 ชั่วโมงเพื่อที่จะมาเที่ยวบ้านเรา ปัญหาเหล่านี้ต้องแก้ไขให้ตรงจุดการสร้างด่านผ่านแดนใหม่ให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ถ้าระบบของเรายังไม่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ณัฏฐ์ชนน พูดถึงยุทธศาสตร์การหาเสียงของเขาว่าการเข้าถึงชาวบ้าน การนำเสนอตัวตนของณัฏฐ์ชนนคนบ้านเราให้ชาวบ้านรู้จัก ให้เขาสัมผัสได้ โดยเฉพาะกับเด็กๆ ผมเข้าไปหาเข้าไปแจกป้ายหาเสียง บอกเขาว่าฝากคุณพ่อคุณแม่เลือกลุงหนุ่ยด้วยน่ะ เราเข้าใจหุวัฒนธรรมของพื้นที่เป็นอย่างดีเพราะเป็นคในพื้นที่จริงๆ เป็นคนที่พี่น้องประชาชนพบเจอได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินเยอะแต่ใช้ความขยันความตั้งใจเสมอต้นเสมอปลายเป็นหลัก ไม่ว่าจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นผมก็ยังเป็นณัฏฐ์ชนนคนบ้านเราเหมือนเดิม คนที่อยู่ในพื้นที่คนที่พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ และต้องป็นผู้แทนที่มีผลงานสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ได้

ต้องกราบขอบพระคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนให้โอกาสได้เป็นส.ส.ในวันนี้ ภารกิจที่สำคัญที่สุดของผมคือการผลักดันเรื่องยางพารา ไม่ใช่แค่เพื่อคนเขต 7 แต่เพื่อคนสงขลา คนใต้ เกษตรกรชาวสวนยางที่มีกว่า 25 ล้านคน หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลเชื่อแน่ว่าจะสามารถผลักดันฝันของผม ฝันของชาวสวนยางให้เป็นจริงได้ และจะร่วมกับส.ส.ในพื้นที่ร่วมกับพี่น้องประชาชนในการผลักดันการพัฒนาสงขลาให้ได้มากที่สุด เพื่อตอบแทนทุกกำลังใจที่ทุกท่านมอบให้กับคนบ้านเรา ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอขอบพระคุณครับ (ติดตตามข้อมูลเพิ่มเติมจากวิดีโอประกอบข่าว) https://youtu.be/psRjqwV1CaQ

ผลการเลือกตั้งเขต 7 สงขลาอย่างไม่เป็นทางการ (นับคะแนน 100%)
อันดับ 1 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พรรคภูมิใจไทย 31,286 คะแนน
อันดับ 2 นายศิริโชค โสภา พรรคประชาธิปัตย์ 25,140 คะแนน
อันดับ 3 นายเทียน ตันติวิริยภาพ พรรคพลังประชารัฐ 12,797 คะแนน
อันดับ 4 นายอับดุลเล๊าะ หลงนิ พรรคประชาชาติ 8,558 คะแนน
อันดับ 5 นางสาวจันจิรา สุขัง พรรคอนาคตใหม่ 7,052 คะแนน

*ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 123,697 คน มาใช้สิทธิ์ 92,175 คน
       

13
ศาสตรา ศรีปาน ว่าที่สส.คนใหม่ต้องแบกความหวังการเปลี่ยนแปลงของชาวหาดใหญ่

หาดใหญ่เงียบ หาดใหญ่ซบเซา หาดใหญ่เศรษฐกิจไม่ดีเลย นี่คือคำพูดของชาวหาดใหญ่เวลานี้ ที่ผ่านมาคนหาดใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นหน้าผู้แทนเลย ไม่เห็นลงมารับรู้ปัญหาชาวบ้านเลย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเกิดกระแสเปลี่ยนที่แรงมากในเขตเมืองหาดใหญ่

ครั้งแรกที่เห็นรายชื่อผู้สมัครสส.เขต 2 ของพรรคพลังประชารัฐ สารภาพว่าไม่รู้จักเลย เสิร์ชกูเกิ้ลก็ไม่เจอ ข้อมูลบอกเพียงว่าเป็นนักธุรกิจคิดในใจใครกันหว่าบ่าวนี้ ทำไมไม่เห็นเป้นที่รู้จักเหมือนคนอื่นเลย แต่เมื่อมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจึงทราบว่าเขาคือลูกหลานชาวหาดใหญ่อย่างแท้จริง และเมื่อแนบเพิ่มด้วยนามสกุลบุญเลิศ จึงทำให้ทราบว่าเป็นอีกหนึ่งตระกูลเก่าแก่ของหาดใหญ่ และเมื่อเปิดประวัติดูพบว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา

นายศาสตรา ศรีปาน ( บุญเลิศ ) ว่าที่ ส.ส.สงขลา เขต 2 (เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคลองแห ตำบลคลองอู่ตะเภา) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ พรรคพลังประชารัฐ

ประวัติการศึกษา :
- โรงเรียนแสงทองวิทยา
- โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
- Beaufort college , perth , Australia
-  Didyasarin International business English , DRIC
- TECSOL Teaching English to Child Speakers of Other Languages Sydney , Australia

ประวัติการทำงาน :
- ประธานนักศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ Didyasarin
- ประธานศิษเก่า วิทยาลัยนานาชาติ Didyasarin
- นักธุรกิจเจ้าของกิจการ ในประเทศไทยและต่างประเทศ
- วิทยากรนักสร้างแรงบันดาลใจ เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาครู( มาเลเซียและไทย)
- ผู้บริหารโรงเรียนบุญเลิศนุสรณ์ ( หาดใหญ่ )
- ผู้บริหารโรงเรียนศรีปัญญานุรักษ์( เกาะหมี )
- เจ้าของโครงการ ปั้นเด็ก 2 ภาษา จิตอาสาสู่สังคมหาดใหญ่ “ kids ทำ ได้ “

ศาสตรา ศรีปาน ถือเป็นนักการเมืองที่โปรไฟล์แตกต่างจากผู้สมัครสส.ส่วนใหญ่ของพรรคนี้ที่มาจากนักการเมืองเก่า นักการเมืองรุ่นใหญ่ แต่เขาคือนักการศึกษาและเป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่คนเดียวของพรรคนี้ แรกๆ ผุ้ใหญ่ในพรรคที่ดูลแภาคใต้ก็ไม่ได้พูดถึงว่าเขต2 คือพื้นที่ความหวังของพรรค และจากการติดตามข่าวคิดว่าเจ้าเก่าน่าจะยังเอาตัวรอดได้ โดยมีอนาคตใหม่เป็นตัวสอดแทรกเพราะกระแสพรรคเขาแรงมาก

ความโดดเด่นของศาสตรา ศรีปาน คือเขาคลุกคลีในแวดวงการศึกษามากว่า 20 ปี มองเห็นโอกาสที่จะผลักดันนโยบายด้านการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่เน้น สร้างคน สร้างท้องถิ่น พัฒนาชาติ การศึกษา คือ “รากฐานการพัฒนาคน พัฒนาชาติในอนาคต” ประเทศจะเดินได้คนในชาติต้องมีคุณภาพมาก่อน โอกาสทั่วถึงในการได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน อย่างเรื่องการศึกษา เด็กทุกคนควรได้รับอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บางคนขาดโอกาสที่จะศึกษาต่อ ในเส้นทางถนัด และต่อยอดที่จะเป็นโอกาสเลี้ยงชีพตัวเอง & ครอบครัว

ศาสตรา ศรีปาน แทบไม่มีข่าวบนหน้าสื่อแต่เขาอาศัยลูกขยัน+กระแสเอาลุงตู่ที่มาแรงมากขึ้นในช่วงหลัง การเปิดเวทีใหญ่พร้อมกระจายเวทีย่อยๆ ไปเกือบทุกชุมชน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ชาวบ้านรู้จักเขาและพรรคพลังประชารัฐมากยิ่งขึ้น ผลคะแนนเลือกตั้งที่ออกมาถือว่าคุ้มค่ากับการทุ่มเทของเขามาก และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือเขาต้องแบกความหวังการเปลี่ยนแปลงที่ชาวหาดใหญ่คาดหวังให้ได้ด้วย

ก้าวแรกบนเวทีการเมืองในเวทีใหญ่ กำลังจะเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจครั้งสำคัญว่าศาสตรา ศรีปาน จะทำได้ถูกใจชาวบ้าน ชาวหาดใหญ่มากแค่ไหน ในวัยไม่ถึงหลัก4 ถนนการเมืองของเขาอีกยาวไกล ขอเพียงตั้งใจทำเพื่อหาดใหญ่อย่างแท้จริงแล้วจะะได้ผลลัพท์กลับมาคือความไว้วางใจที่ชาวบ้านมอบให้อย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ     

14
สงขลาอัสลาน ขอแรงเชียร์ในศึกเอฟเอคัพ เปิดรังม.ทักษิณรับทีมจากพะเยา ปิยมิตรเอฟซี

"สิงห์สองเล" สงขลา อัสลาน ทีเอสยู  ตัวแทนทีมบอลน้องใหม่จากสงขลายังไม่ย่อท้อในการทำทีมต่อแม้ไม่ได้ไปรายการไทยลีก4 โดยยังคงฟอร์มทีมเพื่อลุ่นตั๋วต่อในปีหน้าและส่งทีมร่วมการแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ รอบคัดเลือกรอบแรก ได้จับฉลากเป็นเจ้าบ้าน รับการมาเยือนของ"นักรบม้าศึกพิชิต" สโมสรปิยมิตร เอฟซี ทีมในรายการไทยแลนด์อะเมเจอร์ลีก จากจังหวัดพะเยา

โปรแกรมการแข่งขัน สงขลา อัสลาน ทีเอสยู (T5 ) จ.สงขลา VS ปิยมิตร เอฟซี (T5) จ.พะเยา จะมีขึ้นในวันพุธ ที่ 27 มีนาคม 2562 เวลา 15.30 น. ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ทีมสิงห์สองเล ขอเชิญแฟนบอลชาวสงขลาและใกล้เคียงมาร่วมชมและเชียร์กันได้ โดยมี ราคาบัตรเข้าชมเกมส์ ประชาชนทั่วไป 40 บาท นักเรียน นักศึกษา แสดงบัตร 20 บาท อายุต่ำกว่า 15 ปี ชมฟรี

ส่วนความพร้อมของทีม ได้ลงสนามฝึกฝึกซ้อมมื้อสุดท้ายก่อนดวลปิยะมิตร ในฟุตบอลรายการช้างเอฟเอคัพ รอบคัดเลือกรอบแรก เมื่อวานนี้ทัพนักเตะสิงห์สองเล นำโดยอิทธิพล หนุดหละ กัปตันทีมลงฝึกซ้อมกันที่สนามมหาวิทยาลัยทักษิณ สนามที่จะใช้แข่งขันในวันพุธนี้ โดยทางโค้ชน้ำ ชวพงศ์ จำนงค์ยา หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรสงขลา อัสลาน ทีเอสยู ได้เสริมแท็กติกการทำประตูเพิ่มเติมให้กับลูกทีมและมั่นใจว่าจะมีโอกาสชนะสามารถพาทีมเข้ารอบต่อไปได้

อย่าพลาดชม การแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ รอบคัดเลือกรอบแรก สงขลา อัสลาน ทีเอสยู เปิดบ้านรับ ปิยะมิตร เอฟซี ทีมจากจังหวัดพะเยา เวลา 15.30 น.สนามกีฬามหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา  แฟนบอลท่านใดว่างสามารถไปชมไปเชียร์ทีมสงขลาบ้านเราได้นะครับ

15
งานสืบสานศิลป์ถิ่นใต้ 3-5 เม.ย.ที่สนามจิระนครหาดใหญ่

เทศบาลนครหาดใหญ่ ขอเชิญร่วมงานสืบสานศิลป์ถิ่นใต้ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2562 ณ สนามกีฬากลาง “จิระนคร” อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อสืบสานส่งเสริมวัฒนธรรมภาคใต้ และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

เทศบาลนครหาดใหญ่ ตระหนักในภารกิจหน้าที่และความสำคัญต่อการอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ดีงามนี้ไว้ให้คงอยู่คู่กับคนรุ่นหลังต่อไป จึงได้จัดงาน “สืบสานศิลป์ถิ่นใต้” ขึ้น เพื่อเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนทั่วไป ได้มีการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ระลึกถึงและยกย่องเชิดชูเกียรติแด่บูรพาจารย์ ศิลปินโนราและหนังตะลุง และส่งเสริมการท่องเที่ยวของนครหาดใหญ่

พบกับราชครูโนรา และนายพรานรับเชิญ ประกอบด้วย

โนราเจริญ                 อ่อนสันต์       
โนราอนุสรณ์               อ่อนสันต์       
โนรากฤตชัย               สินธุ์สาย                 
โนราประกายศิลป์         ดาวรุ่ง           
โนราอาร์มน้อย            ดาวรุ่ง           
โนรากำพล                 เลื่อนเกื้อ       
โนราเฉลิมชัย              จังหวัดพัทลุง   
พรานสิทธิชัย              ศ.นกน้อย       

และโนรารับเชิญ

โนราละมัยศิลป์     ศรีรักษา       
โนรานกน้อย     เสียงเสน่ห์
โนรานกเล็ก      เสียงแก้ว       
โนราโจ๊ก         ดาวรุ่ง
โนราดักดูด       ศ.เพ็ญศรี     
โนราช้าง         เกาะยอ
โนราเชวง        ดาวรุ่ง

 โดยภายในงานจัดให้มีกิจกรรม อาทิ พิธีบวงสรวงอนุสรณ์สถานทวดทอง  พิธีรำโนราประกอบพิธีบวงสรวงทวดทอง โดย คณะโนราของสมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา , รำสิบสองบท สิบสองคำพลัด ตามพิธีโนราโรงครู โดย ราชครูโนราและนายพรานรับเชิญ ,พิธีเชื้อเชิญครูหมอโนรา การแสดง  “มโนราห์ไข่เหลี้ยม” พร้อมรับชมนิทรรศการโนรา โนราโรงครู หนังตะลุง และทวดทอง กิจกรรมสาธิตการแกะรูปหนังตะลุง และการทำขนมพื้นบ้าน ตลอดการจัดงาน

หน้า: [1] 2 3 ... 152