แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


แสดงหัวข้อ - สงขลานิวส์

หน้า: [1] 2 3 ... 123
1
สงขลาปฏิทิน / One Stop Shopping Expo @Hatyai
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:37 »
One Stop Shopping Expo @Hatyai

กลับมาอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ ยกกรุงเทพฯ มาไว้ที่หาดใหญ่ กับงานแสดงสินค้า "One Stop Shopping Expo @Hatyai"   งานเดียวที่รวมสินค้าคุณภาพ ราคาโรงงาน มาให้เลือกซื้อกันแบบจุใจ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น เครื่องประดับ และอาหารนานาชนิด มาช๊อปรับต้นปี 26 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ. หาดใหญ่ กิจกรรมในงานมีดังนี้

- ขนความบันเทิงจากศิลปิน ดารา มามอบความสุขกับชาวใต้ 26 มกราคม พบกับ ธันวา สุริยจักร ,27 มกราคม พบกับ พี่ตูน Copy Show และลาล่า ลูลู่ ,2 กุมภาพันธ์ พบกับ พิม พิมพ์มาดา
- สายแฟชั่น อย่าลืม มาช๊อปมัน ลั้นลา เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครืองประดับ มีครบ ส่วนลดจัดเต็ม 10-80% ช๊อปกระจาย
- ปีใหม่ แต่งบ้านใหม่ อยากหาเฟอร์นิเจอร์ถูกใจ มาเลือกซื้อกันได้ที่ FurnitureExpo @Hatyai
- ตลาดอาหารย้อนวันวาน รวมความอร่อยมาให้ได้ฟินกันแบบจุใจ ทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่ม จากทุกภาคทั่วไทยในบรรยากาศย้อนยุค กลับไปสู่วันวาน

จัดโดยบริษัท Union Pan  สนใจร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า โทร 02 719 0408

2
สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานทางวิชาการของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.อ.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานทางวิชาการของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

(14 ม.ค. 62) เวลา 09.00 น.  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานทางวิชาการของคณะทรัพยากรธรรมชาติ  โดยมี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ฯ คณบดี ผู้บริหารคณะทรัพยากรธรรมชาติ หัวหน้าสถานีคลองหอยโข่ง หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาคณะทรัพยากรธรรมชาติเฝ้า ฯ รับเสด็จ

สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ตั้งอยู่ ณ สถานีวิจัยคลองหอยโข่ง หมู่ที่ 5 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง  จ.สงขลา ระยะทางห่างจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ประมาณ 32 กิโลเมตร เป็นสถานีวิจัยที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นลำดับที่ 4 ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ภายใต้ชื่อ “โครงการพัฒนาคณะทรัพยากรธรรมชาติ” และเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาพื้นที่คลองหอยโข่ง  ในนามของโครงการตามพระราชดำริคลองจำไหร - หอยโข่ง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ  598 ไร่   

แบ่งเป็น พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 45 ไร่ พื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก 95 ไร่พื้นที่ศูนย์วิจัยพืชยืนต้นและไม้ผลเมืองร้อน 30 ไร่   พื้นที่แปลงนิเวศน์วิทยา 55 ไร่   พื้นที่แปลงปาล์มน้ำมัน 185 ไร่  พื้นที่แปลงพ่อแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน 25 ไร่   พื้นที่แปลงหญ้าเลี้ยงโค 45 ไร่   พื้นที่แปลงพืชอาหารสัตว์ 30 ไร่  พื้นที่แปลงยางพารา 30 ไร่   พื้นที่แปลงพืชไร่   17 ไร่  พื้นที่แปลงไม้ผล 8 ไร่   พื้นที่ทำการ/อาคาร/บ้านพัก 20 ไร่  พื้นที่ถนนและแนวคูน้ำ 13 ไร่

โอกาสนี้เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ ได้ถวายรายงานถึงผลการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ซึ่งมีภารกิจการผสมพันธุ์แบล็คเบงกอลพระราชทาน แพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ที่มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในชนบทของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของแพะต่อภูมิภาคนี้ของประเทศ จึงได้ให้ความสนใจและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาแพะมาโดยตลอด

จากนั้นพระราชทานแพะแก่หัวหน้ากลุ่มเลี้ยงแพะอำเภอละงูและคณบดี คณะทรัพยากรธรรมชาติ จำนวน 2 ราย ทรงปล่อยฝูงแพะพระราชทานพันธุ์แบล็คเบงกอล ลง แปลงจำนวน 15 ตัว จากนั้นทรงวาดรูปแพะและเสด็จขึ้นบนโรงเรือนเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล และพันธุ์ชามี่พระราชทานทอดพระเนตรกิจกรรมการเลี้ยงแพะพันธุ์ชามี่ก่อนเสด็จไปยังด้านหน้าโรงเรือนเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล และพันธุ์ชามี่พระราชทานทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่คณะทรัพยากรธรรมชาติก่อนประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปยังโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9



 ศิริลักษณ์ แคล้าคลาด /ข่าว ประชา โชคผ่อง /ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

3
น้ำฟาพาชมสีสันวันเด็กแห่งชาติที่กองบิน56 ท่ามกลางสายฝนที่ลงมารบกวนเป็นระยะๆ

วันเโ้กแห่งชาติ เป็นวันที่เด็กๆ ต่างมุ่งหวังตั้งใจจะได้ไปเที่ยว ได้รับของขวัญ ของรางวัลกันตามประสา หน่วยงานต่างๆ ก็ร่วมกันจัดงานใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ตามแต่ศักยภาพของแต่หน่วย กองบิน56 คลองหอยโข่ง คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เด็กๆหลายนอยากมา

ช่วงเช้าวันนี้รถจำนวนมากจึงมุ่งหน้ามายังกองบิน56 แม้จะต้องฝ่ารถติด จอดรถไกล เดินกันหลายกิโลแต่ก็ไม่มีใครย่อท้อที่จะเดินไปยังสถานที่จัดงานภายในกองบิน56 กองทัพอากาศ ซึ่งสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็คือการแสดงโชว์เครื่องบินชนิดต่างๆ ซึ่งน่าเสียดายที่ฝนตกลงมาทำให้การแสดงโชว์ทำได้ไม่เต็มที่ บางคนมีร่มบางคนไม่มีก็เดินฝ่าสายฝนกันไปแบบไม่หวั่น

น้ำฟ้าพาเที่ยวขอนำภาพบรรยากาศมาฝากกันเล็กๆ น้อยๆ เด็กก็ต้องจูง ร่มก็ไม่พา ต้องแอบฝนอุ้มเด็กเป็นบางช่วงเลยได้ภาพมากกันเท่านี้ไม่ว่ากันน่ะครับ

ต้อม รัตภูมิ รายงาน   

4
ก๋วยเตี๋ยว เป็นเมนูโปรดของใครหลายๆคน วันนี้ขอแนะนำก๋วยเตี๋ยวฮาลาลกันบ้าง "เตี๋ยวตัวอ้วน Bigman Halal Noodles" ร้านน้องใหม่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามไก่ทอดเดชาใกล้โรงเรียนแสงทองวิทยา ร้านนี้พ่อค้าเป็นนักกินนักชิมตัวยงเพราะฉะนั้นเมื่อเขามาเปิดร้านเองก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเช่นกันครับ

เตี๋ยวตัวอ้วน มีเมนูเนื้อและไก่เป็นหลัก แยกหม้อไก่และหม้อเนื้อ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา11.00 -18.00 น. หยุดทุกวันพุธ เมนูเด็ดของร้านเตี๋ยวเนื้อตุ๋น 60 บาท (น่องลาย เอ็นแก้ว ขอบกระด้ง ลูกชิ้นเนื้อ) เกาเหลาเนื้อตุ๋น 70 บาท หรือถ้าชอบเนื้อเน้นๆ ก็ต้องสั่งเชตเนื้อตุ๋น 139 บาทเท่านั้น ส่วนเตี๋ยวน่องไก่ 50 บาท (น่องไก่ชิ้นโต ลูกชิ้นไก่) และยังมีเมนูข้าวเนื้อแดง+ไข่ดาว 70บาท ข้าวกระเพราเนื้อเปื่อย+ไข่ดาว 70 บาทเท่านั้น

ออใครไม่สะดวกมาที่ร้านเขามีบริการส่งถึงที่น่ะครับ สั่งครบ150บาทส่งฟรีในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ หากเกินระยะหรือสั่งไม่ครบคิดค่าส่ง 20บาท โทร 0635252962 หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ www.facebook.com/BigmanHalalNoodleHATYAI

5
เปิดล่องเรือชมทะเลสาบสงขลา เดินหน้าสงขลาสู่เมืองมรดกโลก ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม เดินหน้าเสริมโปรแกรมการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า นำร่องเรือชมทะเลสาบสงขลา ผู้ว่าฯ ร่วมขบวนเที่ยวนำร่องด้วย

(10 ม.ค.62) ที่บริเวณท่าน้ำโรงสีแดง หับโห้หิ้น อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา  นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคมและภาคประชาชน นำคณะผู้บริหารจังหวัดสงขลาในการล่องเรือท่องเที่ยว โดยมีรองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา สื่อมวลชน นักท่องเที่ยวร่วมล่องเรือเพื่อประเดิมในการเปิดการท่องเที่ยวทางเรือของทะเลสาบสงขลา

นายสืบสกุล  ศรีสุข ผู้อำนวยการภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม เปิดเผยว่า  จังหวัดสงขลาถือเป็นจังหวัดสำคัญของภาคใต้ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ทั้งยังเป็นเมืองที่หลอมรวมของวัฒนธรรม ทางวัฒนธรรมไทยพุทธ  ไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีน ไว้ได้อย่างลงตัว  สงขลาถือเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนโดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา ถือเป็นทะเลสาบที่สวยงามและมีความสำคัญที่เป็นตัวเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ของสงขลาที่มีเมืองเก่าเป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินทางค้าขายของเส้นทางเดินเรือของแหลมมลายู มีเมืองสงขลาที่มีชื่อว่าสงขลาเขาแดงหรือสงขลาซิงกอร่า ซึ่งมีคนไทยเชื้อสายมุสลิมเป็นเจ้าเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยา มีเมืองสงขลาแหลมสน ซึ่งเป็นเมืองที่คนไทยเชื้อสายจีนเป็นเจ้าเมืองสมัยกรุงธนบุรีและมีเมืองสงขลาบ่อยางที่มีคนไทยเป็นเจ้าเมืองสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และมีปากทะเลสาบสงขลาคอยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลอ่าวไทยอีกด้วย
 
ทะเลสาบสงขลา จะเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์การท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา โดยใช้เรือและใช้ท่าน้ำโรงสีแดงหับโห้หิ้น เป็นท่าน้ำในการลงเรือนำนักท่องเที่ยวไปขึ้นฝั่งไหว้พระนอนที่วัดเกาะยอ ชมเมืองเก่าฝั่งสิงหนคร สัมผัสความงามของทะเลสาบสงขลา วิถีประมงท้องถิ่น ทุกวันนี้เมืองเก่าสงขลาถือเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรปได้ให้ความสำคัญมาเที่ยวมากขึ้นทุกวัน การเพิ่มโปรแกรมท่องเที่ยวทางเรือจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้สัมผัสเสน่ห์สงขลามากยิ่งขึ้น และจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสงขลาสู่เมืองมรดกโลกด้วย  ทั้งนี้ หากผู้สนใจจะล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบสงขลา สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานภาคีคนรักเมืองสงขลา หรือหมายเลขโทรศัพท์โทร 081276 7935 ได้ทุกวัน

สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา ได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ปตท.สผ.ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักให้เกิดการท่องเที่ยวทางทะเลสาบสงขลาในครั้งนี้ด้วย 



6
อำเภอรัตภูมิ ตรวจค้นพื้นที่คูหาใต้จับ 2ผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า-ไอซ์

วันที่ 10 มกราคม 2562 นางพิมพ์ธาดา จันทร์สุริยา นายอำเภอรัตภูมิ สั่งการให้ นายดุสิต ทัศนียาภรณ์ ปลัดอำเภอหน.ฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส., ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ชปข.กก.ตชด.43, จนท.ศอ.ปส.ทร. ร่วมกันจับกุม น.ส.นงเยาว์ หรือโรส  อาย 21 ปี ที่อยู่  ม.7 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา พร้อมด้วยของกลาง     ยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 4 เม็ด  ขวดพลาสติกลักษณะทรงกลไซลิทอล สีขาว มีฝาปิด สำหรับซุกซ่อนยาบ้า โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

จากนัั้นได้จับกุม นางมลฤดี หรือต้อย อายุ 37 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 27 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 2.47 กรัม  โทรศัพท์ใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติดจำนวน 1 เครื่อง สถานที่เกิดเหตุ บ้านไม่มีเลขที่  ม.7 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรรัตภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

7
งานเทคโนโลยีและวัฒนธรรมวิทยาลัยรัตภูมิ

มทร.ศรีวิชัย วิทยาลัยรัตภูมิ ขอเชิญชวนร่วม “งานเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ครั้งที่ 7”  ในวันที่ 29 - 30 มกราคม 2562 นี้ ณ วิทยาลัยรัตภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

ชมกิจกรรมต่างๆมากมายของนักศึกษา
กลางวัน
- การแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม
- การแข่งขันฟุตซอล
- การแข่งขันการโต้วาที
- การแข่งขันจรวดขวดน้ำ
- การแข่งขันหุ่นยนต์แทงลูกโป่ง
- การแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักศึกษา

กลางคืน
- การมอบรางวัลสานศิลป์
- ชมการแสดง “เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมนานาชาติ ภาคใต้” ครั้งที่ 1

สนใจสามารถติดต่อได้
083-192-2021 / 087-380-2890

8
อบจ.สงขลา เปิดครัวปรุงอาหารและระดมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึก

5 มกราคม 2562 แม้ว่าสถานการณ์ผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ในพื้นที่จังหวัดสงขลา จะเริ่มลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยที่หอประชุมรัตนโกสินทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา นายสมหมาย ขวัญทองยิ้ม รองนายกอบจ.สงขลา และนายสุวิทย์ จิตบรรจง เลขานุการนายกอบจ. ได้ร่วมกันนำเจ้าหน้าที่จัดตั้งโรงครัวปรุงอาหารเลี้ยงประชาชนที่อพยพมาพักในศูนย์พักพิง ของอำเภอสะทิงพระ โดยมีการจัดทำอาหารปรุงสุก-ของใช้จำเป็น-น้ำดื่ม จัดลำเลียงออกแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่อีกด้วย

9
พายุปาบึก ยังส่งผลกระทบใต้บน+อันดามันอีกเล็กน้อย คาดหลัง 5 ม.ค.เข้าสู่ภาวะปกติ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ปาบึก” (PABUK)"  ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 05 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) พายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางทิศตะวันตกของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หรือที่ละติจูด 8.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้
       
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ ระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น.

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์ จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์สทิงพระ วันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 12.30 น. (05.30 UTC) ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ
อ.ดอนสัก อ.บ้านนาสาร อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี อ.อ่าวลึก อ.เขาพนม อ.เมือง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ อ.ขนอม อ.นบพิตำ อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ท่าศาลา อ.เมือง อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช อ.เมือง อ.กันตัง อ.หาดสำราญ จ.ตรัง อ.ศรีนครินทร์ อ.เมือง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง อ.จะนะ อ.นาทวี จ.สงขลา อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รวมถึงในทะเลอ่าวไทย ในทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย  มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น........

ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อ.ลำทับ อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ อ.ห้วยยอด อ.ย่านตาขาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง อ.เขาชัยสน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา รวมถึงในทะเลอ่าวไทย และในทะเลอันดามัน มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น........

10
สำรวจคลื่นลมทะเลที่ลานกังหันลม หาดสทิงพระ 05-01-62

หลังจากตื่นเต้นกับการติดตามข่าวสถานการณ์พายุโซนร้อน ปาบึก ที่พัดเข้าฝั่งอ่าวไทยรับศักราชใหม่กันแบบแทบตั้งตัวไม่ทัน เที่ยวนี้ต้องขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ออกมาแจ้งเตือนประชาชน รายงานสภาพอากาศแบบเกาะติดจนทุกฝ่ายตื่นตัวพร้อมรับสถานการณ์ เช้าวันนี้ (5 ม.ค.62) จังหวัดสงขลา เรียกได้ว่าสถานการณ์เกือบกลับสู่ภาวะปกติแล้ว มีเพียงพื้นที่ชายทะเลที่ได้รบความเสียหายจากคลื่นลมแรง และมีน้ำท่วมขังบ้างเล็กน้อย

วันนี้มีโอกาสแวะไปแถวสทิงพระ เลยเก็บภาพบริเวณชายทะเลลานกังหันลม มาฝากกัน จากสภาพคลื่นลมที่แรงทำให้ร้านอาหารทุกร้านยังคงปิดให้บริการในเช้าวันนี้ ในทะเลคลื่นลมค่อนข้างแรงแต่ลดลงมากแล้วเมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้ ท้องฟ้าเริ่มสดใจมีฝนตกลงมาเล็กน้อยในช่วงเช้า แต่ในช่วงสาวยมีแสงแดดส่องลงมาทุกพื้นที่ ประชาชนชายฝั่งทะเลท่อพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัยก็เริ่มทยอยกลับบ้านกันอย่างปลอดภัยแล้ว พายุลมสงบแล้วขอให้ทุกท่านเริ่มต้นปีหมูทองอย่างมีความสุขและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไปน่ะครับ

   

11
สถานการณ์พายุปาบึกที่สงขลา เริ่มคลี่คลายสู่ภาวะปกติ ผู้ว่าฯสั่งดูแลปชช.ต่อเนื่อง

จังหวัดสงขลา สรุปสถานการณ์ความเสียหายจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) พร้อมติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์พายุโซนร้อน"ปาบึก" (PABUK) อย่างต่อเนื่องแม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

(5 ม.ค. 62) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) จังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) สรุปสถานการณ์ความเสียหายจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) พร้อมติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์พายุโซนร้อน"ปาบึก" (PABUK) อย่างต่อเนื่องแม้สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปลัดจังหวัดสงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์ ทัพเรือภาคที่ 2 สำนักงานชลประทานที่ 16 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับพายุโซนร้อน “ปาบึก” ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดสงขลาจำนวน 9 อำเภอ ได้แก่อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ สิงหนคร เมืองสงขลา ควนเนียง รัตภูมิ นาหม่อมและเทพา โดยอำเภอระโนด ได้เกิดวาตภัยคลื่นลมแรงสูงประมาณ 3-5 เมตรทำให้เกิดน้ำกัดเซาะบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยได้รับความเสียหายในพื้นที่ตำบลท่าบอน หมู่ที่ 2, 3,4และ5 ตำบลคลองแดน หมู่ที่ 1 ตำบลระวะหมู่ที่ 4, 5,6และ7 ตำบลปากแตระ หมู่ที่ 3, 4 และ 5 ตำบลบ่อตรุ หมู่ที่ 1, 2 และ 3 และตำบลวัดสนหมู่ที่ 1 ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 6,049 ครัวเรือน จำนวน 19,156 คน

อำเภอสทิงพระได้รับความเสียหายในพื้นที่ตำบลสทิงพระ, กระดังงา, บ่อแดง, ท่าหิน, ครองลี, สนามชัยและตำบลดีหลวง บ้านเรือนเสียหายบางส่วน จำนวน 11 หลัง คอกวัวเสียหายจำนวน 1 คอกและโรงคลุมฟาร์มเพาะเห็ด จำนวน 1 หลัง

อำเภอเทพา เนื่องจากมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่งผลให้น้ำกัดเซาะผิวจราจรช่วงบ้านกระอาน-ควนกรอย ตำบลท่าม่วง ทำให้ท่อระบายน้ำและผิวจราจรเสียหายบางส่วน สัญจรได้เฉพาะรถจักรยานยนต์ ขณะนี้ได้ปิดเส้นทางการจราจรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ สำหรับอำเภอเมืองสงขลา รัตภูมิ ควนเนียงและนาหม่อมได้รับความเสียหายจากเสาไฟฟ้าหักโค่นและมีต้นไม้หักล้มกีดขว้างเส้นทางการจราจร ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนพื้นที่อำเภอสิงหนครและกระแสสินธุ์ยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ในการอพยพผู้ประสบภัยพื้นที่เสี่ยงมีจำนวน 6 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอระโนด สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธุ์ เทพาและอำเภอเมือง จำนวน 56 แห่ง 305 ครัวเรือน 5,622 คน ขณะนี้ประชาชนผู้อพยพได้เดินทางกลับบ้านทุกอำเภอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี แต่ยังคงมีฝนตกเล็กน้อยในบางอำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้จังหวัดสงขลาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว อมลรดา ชูประสิทธิ์ /ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

12
เตือนภัยปาบึกฉบับ17 คาดขึ้นฝั่งที่นครเย็นนี้ สงขลาฝนลดลงแต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา"พายุ “ปาบึก” (PABUK)"  ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 04 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 125 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 8.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนังและอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชในวันนี้ (4 ม.ค. 62) ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยมีผลกระทบดังนี้
       
ในวันที่ 4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ในวันที่ 5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์ จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์สทิงพระ วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 12.30 น. (05.30 UTC) ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ อ.ศรีนครินทร์ อ.ตะโหมด อ.ป่าบอน จ.พัทลุง อ.รัตภูมิ อ.หาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง อ.สะเดา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย อ.เทพา จ.สงขลา อ.หนองจิก อ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา ทั่วทุกอำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง จ.สตูล รวมถึงในทะเลอ่าวไทย ในทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น

ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ อ.เมือง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ปากพนัง อ.พระพรหม อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอม อ.ควนขนุน อ.เมือง จ.พัทลุง อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ อ.ระโนด จ.สงขลา รวมถึงในทะเลอ่าวไทย  มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น

13
เกาะติดปาบึก สงขลาพร้อมรับสถานการณ์ออพยพชาวบ้านแล้วเกือบ 300รายใน 3อำเภอ

ผู้ว่าฯ สงขลา ประชุมติดตามการเฝ้าระวังและเตรียมการเผชิญเหตุการณ์พายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ซึ่งขณะนี้จังหวัดสงขลามีความพร้อมในการรับมือครอบคลุมทุกส่วน มีการออพยพชาวบ้านแล้วเกือบ 300รายใน 3อำเภอชายทะเลอ่าวไทย

(4 ธ.ค. 62) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) จังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) จังหวัดสงขลา ประชุมติดตามการเฝ้าระวังและเตรียมการเผชิญเหตุการณ์พายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ศูนย์ปภ.เขต 12 สงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ทัพเรือภาคที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 42 สำนักงานชลประทานที่ 16 สาธารณสุขจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นางสาวพะเยาว์ เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) พบว่าพายุดังกล่าวอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันนี้ (4 ม.ค. 62) โดยมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของเครื่องจักรกลต่างๆ ตลอดจนถึงเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนพร้อมกับอาหารและน้ำดื่มเพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่มีการร้องขอมาจากหน่วยงานต่างๆและในส่วนของแพขนานยนต์ขณะนี้มีความเสี่ยงจากคลื่นลมแรงจึงหยุดให้บริการชั่วคราว

สำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอติดชายทะเลจังหวัดสงขลา อำเภอระโนดได้อพยพประชาชนจำนวน 7 จุด รวม 235 คน ประกอบด้วยบ้านท่าเข็นอพยพไปอยู่ที่อบต.คลองแดน จำนวน 30 คนและรพ.สต.คลองแดน จำนวน 20 คน, บ้านท่าบอน หมู่ที่ 2 อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง อบต.ท่าบอน จำนวน 20 คน, หมู่ที่ 3 อพยพไปอยู่ที่โรงเรียนท่าบอน จำนวน 15 คน วัดสายหลวงล่าง จำนวน 80 คนซึ่งเป็นชาวพม่าและตำบลปากแตระอพยพไปอยู่ที่ศาลาประชาคมอำเภอระโนด จำนวน 50 คน

อำเภอสทิงพระ อพยพจำนวน 1 จุด รวม 20 คน ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อแดง อพยพไปอยู่ที่ อบต.บ่อแดง จำนวน 20 คน

อำเภอเทพา อพยพ จำนวน 1 จุด รวม 40 คน ประชาชนในพื้นที่ตำบลเทพา หมู่ที่ 7 อพยพไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านพระพุทธ 40 คน จำนวน 25 ครัวเรือน

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว อมลรดา ชูประสิทธิ์ /ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

14
เตือนภัยฉบับ15 คาดพายุปาบึกเข้าฝั่งเย็นนี้ แจ้งปชช.ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา"พายุ “ปาบึก” (PABUK)" ฉบับที่ 15 วันที่ 04 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 7.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันนี้
       
(4 ม.ค. 62) โดยมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ มีผลกระทบดังนี้ 

ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
       
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน  มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานสถานการณ์ล่าสุดล่าสุด ตี4 ของวันนี้ พายุโซนร้อนปาบึก อยู่ห่างฝั่งสทิงพระไปประมาณ 170 กม. คาดว่าจะขึ้นฝั่งช่วงเย็นไปถึงค่ำ ๆ (15.00-19.00 น.) แถว อ.ปากพนัง นครศรีธรรมราช ก่อนเข้าเคลื่อนผ่านไปทางตะวันตกค่อนทางเหนือลงสู่ทะเลอันดามันต่อไป

รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์ จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์สทิงพระ วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 05.30 น. (22.30 UTC) ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.เมือง อ.รามัน จ.ยะลา อ.เมือง อ.ยี่งอ อ.ระแงะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทั่วทุกอำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สตูล จ.สงขลา จ.ปัตตานี รวมถึงในทะเลอ่าวไทย ในทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น

ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมบริเวณ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร อ.เมือง อ.หาดใหญ่ อ.ควนเนียง อ.จะนะ อ.สะเดา อ.เทพา จ.สงขลา และในทะเลอ่าวไทย มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และพื้นที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วม ให้เตรียมความพร้อมในการอพยพคน เคลื่อนย้ายสิ่งของ เชื่อฟังการแจ้งเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิดในระยะนี้ด้วย

15
เตือนภัยปาบึก ฉบับที่12 คาดเข้าฝั่งที่นครฯ ทำฝนตกหนักมากเป็นวงกว้าง 4-5 ม.ค.62

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ปาบึก” (PABUK)"  ฉบับที่ 12 วันที่ 03 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (3 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางห่างประมาณ 550 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันนี้ (3 มกราคม 2562)

และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยมีผลกระทบดังนี้
       
ในวันที่ 3 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดการเดินเรือตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2562 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับสภาอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดสงขลา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร คาดว่าอุณหภูมิสูงสุด 28 °ซ. คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุด 23 °ซ.

หน้า: [1] 2 3 ... 123